วันนี้ ( 29 ก.ค. 58 ) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในประเด็นนี้ว่า การเป็นสมาชิกทีพีพี ต้องพิจารณาว่าจะได้อะไรหรือจะเสียอะไร โดยหากเป็นสมาชิกก็จะถูกกดดันหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องสิทธิบัตรยา ซึ่งจะทำให้คนไทยเสียโอกาส จึงได้ชะลอไปก่อน แต่ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย คิดว่าทุกฝ่ายไม่ควรไปโทษสหรัฐ หรือมองว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร ตนพูดแต่เพียงว่าเรายอมรับ และต้องทำให้ดีที่สุด ส่วนสัมพันธ์ไทยกับสหรัฐ ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว
พลเอกประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ภาคส่วนอื่นๆ บอกว่าไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ไทยอยู่ในเทียร์ 3 ซึ่งที่ผ่านมาหลายๆ ประเทศก็เคยอยู่ในอันดับนี้ ทั้งยังเคยโดนใบเหลืองเรื่องประมงผิดกฎหมายมาแล้ว เมื่อแก้ไขก็สามารถกลับสู่อันดับที่ดีกว่า จึงขออย่ามาเหมาว่าเป็นเพราะตนเป็นรัฐบาล ถามว่าหากตนไม่ได้มาเป็นรัฐบาลทุกอย่างจะหนักกว่านี้หรือไม่เพราะปัญหาไม่ได้แก้ไข
ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีอยู่แล้วคือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พ.ศ.2542 ซึ่งมีการแก้ไขไปแล้วส่วนหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ยังมีปัญหาที่เกิดจากการตั้งข้อสังเกตในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐอีก 22 ข้อ จึงจำเป็นต้องแก้กฏหมายอื่นอีกหลายฉบับ เช่น กฎหมายประมง ซึ่งไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์โดยตรง
โดยขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมนำเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญติแห่งชาติ แต่รัฐบาลเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน จึงอาจประกาศเป็นพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก. เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว แต่ก็ต้องแน่ใจว่าได้ปรับปรุงอย่างรอบคอบแล้ว เนื่องจากเมื่อประกาศ พ.ร.ก.แล้วจะมีผลทันที
นอกจากนั้น ในวันที่ 10 สิงหาคม จะมีการเปิดแผนกคดีชำนาญพิเศษขึ้นในศาลอาญาทั้งสิ้น 3 แผนก คือ แผนกคดีค้ามนุษย์ แผนกคดียาเสพติด และแผนกคดีทุจริต เนื่องจากที่ผ่านมาคดีค้ามนุษย์ หากส่งฟ้องก็จะว่าไปตามลำดับก่อนหลัง แต่พอจัดเป็นคดีชำนาญพิเศษ คดีจะได้รับการพิจารณารวดเร็วขึ้น ซึ่งจะแก้ปัญหาข้อสังเกตที่ว่าไทยดำเนินการล่าช้าได้