นายสมชัย สุวรรณบรรณ อดีต ผอ.ส.ส.ท. ให้สัมภาษณ์สดสถานีโทรทัศน์ PPTVHD ในรายการเข้มข่าวค่ำ วันนี้ (9 ต.ค.58)โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ทำตามระเบียบขั้นตอน อาจมีความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนบ้างเรื่องการนำเสนอเอกสาร แต่มีการนำเสนอวาระในการประชุมมาตลอด ซึ่งโครงการที่มีปัญหาคือโครงข่ายทีวีดิจิทัล (มักซ์) ที่เนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว เวลาจัดซื้อจัดจ้าง ก็เอาผลสำเร็จได้นำเอามารายงานกรรมการนโยบายทุกครั้ง เป็นกระบวนการปกติที่ทำมาตลอด ทั้งนี้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็มีการประชุม 2-3 ครั้ง ตนยังไม่ได้ไปชี้แจง ทำไมมีคำสั่งปลดออกมาก่อน
"มีปัญหาตั้งแต่ปี 56 ปี 57 ยาวมาถึงขนาดนี้ ทำไมเพิ่งมาเป็นประเด็น แล้วก็มีการรายงานทุกครั้ง ทำไมไม่มีการถามรายงานนี้เป็นรูทีน ต้องรายงานเป็นประจำ รายงานเพื่อทราบ ต้องไปตรวจบันทึกการประชุม เพราะโครงการใหญ่ ต้องมารายงานเพื่อทราบอยู่แล้ว ปี 56-57 สตง.ก็เข้ามาตรวจสอบภายใน ก็ไม่มีข้อท้วงติง ประเด็นนี้ก็ต้องถกเถียงกันต่อไป" สมชัย กล่าว
โดยหลังจากนี้ ได้แจ้งกรรมการนโยบาย ทำบันทึกถึงประธานว่าขอใช้สิทธิปกป้องตนเอง
"กรรมการนโยบายมีหน้าที่ตามหลักตามกฎหมายในแง่การแนะนำและการควบคุมให้เป็นไปตามนโยบาย ซึ่งเราก็ทำตามนโยบาย แต่ว่าเป็นความเห็น ข้อติติง ข้อทักท้วงก็ไม่ใช่นโยบาย ถ้าหากข้อติติงไม่สอดคล้องกับการทำงาน หรือเอกสิทธิของกองบรรณาธิการก็เป็นข้อติติง ข้อทักท้วง แต่ไม่ใช่นโยบาย" สมชัย กล่าว
สำหรับต่อจากนี้ไป ตามกฎหมายแล้ว กฎหมายเขียนไว้ว่า ถ้าผอ.หลุดออกจากตำแหน่ง กรรการบริหารทั้งชุดต้องไปพร้อมกัน เพราะฉะนั้น ส.ส.ท.จะไม่มีผู้บริหาร แต่กรรมการนโยบายก็จะตั้งคนมารักษาการณ์เพื่อตั้งกรรมการสรรหา ผอ.คนใหม่ ซึ่งในส่วนการเลิกจ้าง เป็นการใช้อำนาจของกรรมการนโยบายที่อ้างระเบียบข้อบังคับ ไม่มีอะไรสงสัย