​เปิดแพ็กเกจกระตุ้นอสังหาฯ-เอสเอ็มอี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดมาตรการการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเอสเอ็มอี ตามที่มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยของกระทรวงการคลัง ขณะที่อดีตรัฐมนตรีคลังเห็นด้วยกันมาตรการดังกล่าวแต่เชื่อว่าจะส่งผลระยะสั้นเท่านั้น


นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์หลังผ่านความเห็นชอบของครม.ว่า เป็นมาตรการแก้ปัญหาการชะลอตัวเศรษฐกิจซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยทำให้มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัยลดลง ประกอบกับมีอสังหาริมทรัพย์คงค้างในตลาดจำนวนมาก ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมทั้งเมืองสำคัญในภูมิภาค เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น เป็นต้น



สำหรับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านความเห็นชอบ สามารถสรุปได้ 4 ข้อ คือ


1.ลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ลงเหลือ 0.01% เป็นเวลา 6 เดือน


2.ลดค่าธรรมเนียมการจำนอง จาก 1% ของมูลค่าจำนองแต่ไม่เกิน 200,000 บาท ลงเหลือ 0.01% เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเร่งให้เกิดการทำนิติกรรมโดยเร็ว


3.สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้ที่จ่ายไปเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 20% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ โดยต้องเป็นการซื้อครั้งแรกเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยจริง และต้องใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อเนื่องกัน 5 ปีภาษี นับตั้งแต่จดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยแบ่งสิทธิเท่าๆ กันในแต่ละปีภาษี(เฉลี่ยแล้วเอาไปลดภาษีได้ 4% ต่อปี) ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559



ยกตัวอย่างกรณีบ้านราคา 3 ล้านบาท ค่าโอน 2% คิดเป็นเงิน 6 หมื่นบาท ส่วนค่าจดจำนอง 1% เป็นเงิน 3 หมื่นบาท แต่ถ้าเป็นอัตราใหม่ คือ 0.01% จะเสียค่าโอนกับค่าจำนอง เพียง 300 บาท เท่ากับประหยัดค่าใช้จ่ายในการโอนกับจดจำนองไปถึง 84,000 บาท



4.ธอส.ผ่อนปรนสินเชื่อเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ให้สามารถกู้ซื้อที่อยู่อาศัยในวงเงินที่สูงขึ้น โดยประมาณการวงเงินให้สินเชื่อรวมเบื้องต้น หนึ่งหมื่นล้านบาท กำหนดระยะเวลารับคำขอและทำนิติกรรม 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2558 และให้ ธอส.ขยายเวลาตามความเหมาะสม


ทั้งนี้ระยะเวลากู้ไม่เกิน 30 ปี และผู้กู้คือผู้มีรายได้สุทธิต่อเดือนไม่เกิน 3 หมื่นบาท โดยเกณฑ์หลักประกันตามระเบียบปฏิบัติที่ ธอส.กำหนด



นอกจากนี้ ครม.มีมติให้รับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% เป็นการถาวร เริ่มใช้ 1 มกราคม 2559 จากที่ก่อนหน้านี้กำหนดไว้ที่ 30% ของกำไรสุทธิ ต่อมาปรับลงเหลือ 23% ในปี 2555 และลดลงเหลือ 20% ในปี 2556-2558


การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 20% ก็เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไทยมีต้นทุนต่ำเพียงพอที่สามารถแข่งขันกับในตลาดโลกได้


นอกจากนี้ยังลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เอสเอ็มอีที่มีกำไรสุทธิตั้งแต่ 300,001 บาทขึ้นไป เหลือ 10% และยกเว้นภาษีเงินได้ในกิจการเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) 10 ประเภทอุตสาหกรรม เช่น พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ นวัตกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักธุรกิจและนักลงทุน


นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และการลดภาษี เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่ายภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่มองว่าอาจได้ผลแค่ในระยะสั้นเท่านั้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ