นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุมร่วมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ได้เชิญประชุมเร่งด่วน ซึ่งถือเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังมี กรธ. และสปท. โดยการประชุมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศ และการทำงานร่วมกันว่าจะเป็นไปในทิศทางไหนต่อไป
ทั้งนี้ภายในการประชุมก็จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้สอบถามในข้อสงสัยประเด็นต่างๆ รวมทั้งอาจจะจัดให้มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ให้ประชาชนได้ติดตามรับชมด้วย
เบื้องต้นคาดว่าจะใช้อาคารรัฐสภาเป็นสถานที่จัดการประชุม เนื่องจากมีสมาชิกแม่น้ำ 5 สายรวมกันกว่า 780 คน สำหรับวันประชุมยังอยู่ระหว่างการประสานความพร้อมของทุกฝ่าย
ส่วนกรณี 12 คดีสำคัญที่รัฐเป็นทั้งโจทย์และจำเลย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ไปติดตามความคืบหน้าและหาแนวทางการต่อสู้คดีนั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยยอมรับว่าบางคดีมีปัญหามานาน เพราะมีจุดอ่อนเรื่องพยานหลักฐานที่ยังเป็นปัญหา
ส่วนด้านคดีโครงการรับจำนำข้าวนั้น หากพรรคเพื่อไทยที่เป็นจำเลยเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมิชอบด้วยกฏหมายก็สามารถฟ้องรัฐบาลกลับได้
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นเป็นการใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครอง ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539