่โอ้ว! ​น้ำดื่มจากแหล่งน้ำบาดาลอายุ 12,000 ปี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดทำน้ำดื่มบรรจุขวด ชี้ผลิตจากแหล่งน้ำบาดาลอายุ 12,000 ปี –ช่วยชาวบ้านยามขาดแคลนน้ำดื่ม ยันปลอดภัย ระวังขุดลึกเกิน 15 เมตรต้องขออนุญาต-แจ้งกรมฯ ตรวจสอบน้ำก่อนบริโภค


หลังจากพบน้ำดื่มบรรจุขวดของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่ฉลากระบุว่า เป็นน้ำดื่มจากแหล่งบาดาลอายุ 12,000 ปี ทำให้ทีมข่าว PPTVHD สนใจว่า น้ำดื่มจากน้ำบาดาลอายุถึง 12,000 ปีนี้เป็นอย่างไร


นายยุทธนา อาวจำปา ผู้อำนวยการส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ให้สัมภาษณ์กับ "ทีมข่าว PPTVHD" ถึงน้ำดื่มดังกล่าวว่า เป็นน้ำดื่มในโครงการผลิตน้ำดื่มบาดาลบรรจุขวดเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน โดยจุดเริ่มต้นของแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประชาชนขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด เมื่อภัยแล้งและภาวะน้ำท่วมมาเยือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


แล้วทำไมต้องเป็นน้ำดื่มที่ผลิตจากแหล่งน้ำบาดาลอายุ 12,000 ปี?


นายยุทธนา ระบุว่า เป็นช่วงอายุที่น้ำใช้เวลาเพื่อกักเก็บตัวก่อนที่จะมาเป็นน้ำบาดาล โดยน้ำบาดาลนั้นอาจจะรวมตัวกันอยู่ที่จุดๆหนึ่ง หรือไหลจากสถานที่อื่นๆมารวมกันก็ได้


ความปลอดภัย?


นายยุทธนา กล่าวว่า ประชาชนอย่ากังวลกับเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากน้ำบาดาลที่ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลทำการสูบมาแจกจ่ายนั้น จะต้องเข้ากระบวนการ "Reverse Osmosis"ก่อน ซึ่งเป็นกระบวนการกรองน้ำดื่มให้มีความสะอาด ตรงตามมาตรฐานของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ซึ่งจะทำให้น้ำบาดาลนี้มีความสะอาดเทียบเท่ากับน้ำดื่มที่วางขายกับท้องตลาด


หากเทียบกับน้ำประปาดื่มได้แล้ว นายยุทธนาระบุว่า น้ำบาดาลและน้ำประปาแตกต่างกันเพียงแค่แหล่งน้ำเท่านั้น โดยน้ำประปาจะมาจากแหล่งน้ำในดิน ขณะที่น้ำบาดาลมาจากแหล่งน้ำใต้ดิน และสามารถดื่มได้อย่างไม่ต้องกังวล


ผู้อำนวยการส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ให้ข้อมูลเพิ่มว่า น้ำบาดาลสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่


1.น้ำบาดาลที่กักเก็บอยู่ในหิน ซึ่งจะสามารถหมดไปได้หากมีการสูบใช้จนหมด เพราะเป็นเพียงแค่ที่พักน้ำเท่านั้น ทำให้ไม่มีน้ำไหลเข้ามาทดแทน


2.น้ำบาดาลที่แทรกตัวอยู่ในบริเวณชั้นดิน ซึ่งน้ำบาดาลเหล่านี้เมื่อสูบไปใช้ จะมีน้ำจากบริเวณอื่นไหลเข้ามาเติมเต็มได้

โดยทั้งสองรูปแบบสามารถสูบมาใช้ได้


ประชาชนสูบน้ำบาดาลมากิน?


ในกรณีที่ประชาชนจะทำการขุดน้ำบาดาลมาใช้เอง ผู้อำนวยการให้ข้อมูลว่าสามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาว่าระดับความลึกที่ขุดนั้นเลย 15 เมตรหรือไม่ หากไม่ถึงระดับดังกล่าวสามารถขุดเองได้เพราะน้ำที่ได้มานั้นเป็นเพียงแค่ระดับน้ำผิวดิน ไม่ใช่น้ำบาดาล


แต่หากลึกเกินกว่า 15 เมตร ประชาชนต้องเข้ามาติดต่อกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อขออนุญาตเจาะน้ำบาดาลก่อน หลังจากนั้นกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำว่าสามารถใช้อุปโภคบริโภคได้หรือไม่ หากไม่ปลอดภัยก็จะทำการขุดกลบเพื่อกลับเข้าสู่สภาพเดิม


ทั้งนี้กรมทรัพยากรจะทำการแจกจ่ายน้ำบาดาลในรูปแบบขวดในยามที่เกิดภัยภิบัติหรือภัยแล้งเท่านั้น และจะร่วมมือกับทางโรงเรียนที่อยู่ใน "โครงการน้ำโรงเรียน" เป็นโครงการคู่ขนานด้วย โดยจะเข้าไปเจาะน้ำบาดาลให้โรงเรียนต่างๆ และทำถังเก็บน้ำ พร้อมทำอาคารปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาล ซึ่งมีระบบ "Reverse Osmosis" อยู่ด้วย


อย่างไรก็ตามหากประชาชนต้องการน้ำบาดาลในช่วงอื่น สามารถไปขอที่สำนักงานเขตของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระจายตัวอยู่ทั้งหมด 12 เขต ทั่วประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ใน จ.ลำปาง สุพรรณบุรี สระบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา ตรัง กำแพงเพชร ราชบุรี ระยอง อุดรธานี อุบลราชธานี และสงขลา


ด้านผลกระทบต่อการสูบน้ำบาดาล เพื่อการแจกจ่ายน้ำดื่มให้ประชาชนนั้น ผู้อำนวยการส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ชี้ว่าไม่มีผลกระทบเพียงแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ได้สูบมาทั้งหมด แต่จะทำการสูบมาเพียงแค่บางส่วน ส่งผลให้น้ำบาดาลที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ไหลเข้ามาเติมทดแทนส่วนที่หายไปได้


"น้ำบาดาลไม่มีวันหมด ถ้าใช้อย่างถูกวิธี"


คือสิ่งที่ผู้อำนวยการอยากฝากฝังไว้ โดยกล่าวว่า ประชาชนมักจะเข้าใจผิดว่า เมื่อน้ำบนผิวดินไม่พอใช้กับการเกษตรกรรม ก็ไปนำน้ำบาดาลมาใช้ทดแทน ซึ่งน้ำบาดาลควรใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรกก่อน และหากน้ำบนผิวดินไม่พอใช้ต่อเกษตรกรรม ควรใช้น้ำบาดาลเป็นแค่ตัวเสริม ไม่ใช่นำมาทดแทนทั้งหมด หรือควรนำน้ำบาดาลไปปลูกพืชน้ำน้อย ซึ่งจะทำให้เกิดความคุ้มค่ามากกว่า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ