​เจาะลึก! "ภูทับเบิก" ปัญหาของชาวบ้าน นายทุน หรือ รัฐ (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ฺBigstory! ภูทับเบิกวันนี้กลายเป็นพื้นที่ร้อน เมื่อกรมป่าไม้ลงพื้นที่จัดระเบียบภูทับเบิก และเตรียมจัดสรรที่ดินใหม่ อาจเสนอเป็นพื้นที่ผังเมืองพิเศษ ขณะที่ปัญหาภูทับเบิกอาจต้องเจาะให้เห็นถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง ระหว่าง ชาวบ้าน นายทุน และรัฐ

ตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาภูทับเบิก

จากกรณีปัญหาพื้นที่ภูทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีการก่อสร้างรีสอร์ทบ้านพักขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ทัศนียภาพของการท่องเที่ยวในรูปแบบธรรมชาติหายไป ทำให้วันนี้กรมป่าไม้ลงพื้นที่จัดระเบียบบนภูทับเบิกและเตรียมจัดสรรที่ดินใหม่ โดยอาจเสนอเป็นพื้นที่ผังเมืองพิเศษขึ้น

ที่ประชุมหารือกำหนดทิศทางแก้ปัญหาภูทับเบิก ระหว่างกรมป่าไม้ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ข้อสรุปร่วมกัน ตั้งคณะทำงานร่วม 3 หน่วยงาน แก้ปัญหา 8 ประเด็น คือ การใช้ประโยชน์ที่ดินซึ่งกรมพัฒนาสังคมเป็นหลักกำหนดแผนแม่บท จัดการพื้นที่ 47,000 ไร่ ใช้เวลา 3 เดือน คัดกรองคุณสมบัติผู้ใช้ประโยชน์ที่ดิน ตรวจสอบการถือครอง การทำแผนภาพรวม การทำผังเมือง ควบคุมสิ่งก่อสร้างบนภูทับเบิร์ก วางแผนฟื้นฟูระบบนิเวศ ดูแลด้านการจราจรและราคาสินค้า ส่วนมาตรการเร่งด่วนได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยของที่พักบนภูทับเบิก โดยใช้เวลา 1 สัปดาห์

ส่วนการใช้ที่ดินภูทับเบิกผิดวัตถุประสงค์ กรมป่าไม้เข้ายื่นฟ้องดำเนินคดี รีรอสท์ที่บุกรุก 27 คดี โดยศาลมีคำพิพากษาสิ้นสุดแล้ว 10 คดี จำนวน10 รีสอร์ท ซึ่งจะทำการรื้อถอนทันที ส่วนอีก 57แห่งที่ใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ ระหว่างนี้อยู่การตรวจสอบหากพบว่าผิดจริงกรมป่าไม้ก็จะดำเนินตามกฎหมายต่อไป

ชาวภูทับเบิกขอรัฐช่วยพัฒนาอย่างยั่งยืนแทนการไล่รื้อ

สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ภูโปด ปากทางขึ้นภูทับเบิก คือ พื้นที่รีสอร์ทของปชช.6รายจาก10รายที่ศาลมีคำสั่งว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้


รีสอร์ท 10 แห่งที่ศาลพิพากษาว่ากระทำผิด หากลองไล่เรียงจุดที่ตั้งของรีสอร์ทแต่ละแห่ง จะพบว่า มี 6 แห่ง เป็นรีสอร์ทของประชาชนในพื้นที่ภูโปด ห่างจากยอดภูทับเบิก 12 กิโลเมตร

ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า รีสอร์ท 6 แห่งด้านล่างเป็นเพียงโฮมสเตย์ขนาดเล็กเฉลี่ยแล้วมีบ้านพักรายละไม่ถึง 10 หลังแต่กลับเป็นกลุ่มแรกที่จะถูกรื้อ ต่างจากข้อมูลที่หน่วยงานรัฐบอกว่า จะเน้นการไล่รื้อเฉพาะรีสอร์ทของกลุ่มนายทุนนอกพื้นที่

เติมรักรีสอร์ท เป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่ถูกระบุว่ากระทำความผิด เจ้าของให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่าตัดสินใจทำรีสอร์ทเพราะทำรายได้ดีกว่าทำการเกษตรมากและนักท่องเที่ยวต้องการที่พักเมื่อที่นี่ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

โดยระหว่างก่อสร้างอาคารไม่ทราบว่ากำลังทำผิด ไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานใดบอกว่า ไม่สามารถทำได้ เธอบอกว่าสาเหตุที่ถูกรื้อเป็นเรื่องที่พูดออกมาไม่ได้

การไล่รื้ออาคารเติมรักรีสอร์ทอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมป่าไม้ แต่เจ้าของรีสอร์ทก็ยังคงจะยืนยันว่า เธอต้องได้อยู่ในที่ดินตรงนี้ต่อไป แม้จะต้องทำการเกษตรเท่านั้น เพราะที่นี่คือบ้าน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภูทับเบิก ถูกแปลงสภาพจากพื้นที่ไร่ไปเป็นรีสอร์ทสำหรับรองรับการท่องเที่ยว ซึ่งคนในท้องถิ่นเห็นว่าเกิดขึ้นเพราะพื้นที่ถูกโฆษณาผ่านสื่อ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก จึงกลายเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ สามารถทำรายได้สูงกว่าการทำการเกษตรที่สร้างรายได้ได้น้อย

ชาวบ้านที่นี่กล่าวว่าพวกเขายินดีให้จัดระเบียบภูทับเบิก แต่ควรเป็นไปเพื่อทำให้มีการท่องเที่ยวที่รักษาธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การไล่รื้อ และให้พวกเขาต้องกลับไปทำเกษตรกรรมเท่านั้น และควรแยกแยะการจัดการระหว่างคนในท้องถิ่น กับกลุ่มนายทุนด้วย ซึ่งหมายความว่าภาครัฐต้องเร่งหาข้อมูลการครอบครองที่ดินในปัจจุบัน ก่อนระบุว่าพื้นที่ตรงไหน ควรรื้อถอน

ย้อนไปดูถึงที่มาที่ไปของที่ดินตรงนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร พื้นที่ภูทับเบิกไม่ใช่อุทยานแห่งชาติและไม่ใช่ป่าสงวน เป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ไม่มีเอกสารสิทธิ์อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้

ต่อมาในปี 2509 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กรมป่าไม้ มอบที่ดินให้กับกรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งปัจจุบันคือกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กว่า 175,000 ไร่ เดิมมีวัตถุประสงค์ให้เป็นนิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขา ให้ชาวเขาเข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินทำการเกษตร

จากนั้นในปี 2544 หลังเกิดเหตุดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ในพื้นที่ ในปี 2545คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้คืนที่ดินให้กรมป่าไม้ ซึ่งภายหลังมีการกันพื้นที่และประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ โดยยังเหลือที่ดินให้ชาวเขาใช้สอย 47,000 ไร่

ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่ภูทับเบิก และบ้านดอยน้ำเพียงดิน อำเภอหล่มเก่า จำนวน 12,000 ไร่ และที่อำเภอเขาค้ออีกราว 3 หมื่นไร่เศษ และกำหนดให้เป็นที่ทำกินและทำการเกษตร ให้สิทธิชาวเขาประมาณ 3,500 ราย ปลูกกระหล่ำปลี จนถึงปัจจุบัน

การครอบครองที่ดินบนภูทับเบิก ส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ บางจุดมีเพียงใบภาษีบำรุงท้องที่ หรือ ภทบ.5 ดังนั้นหากพิจารณาแล้ว การก่อสร้างรีสอร์ท ร้านค้า และที่พัก บริเวณภูทับเบิก จึงเป็นการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ทั้งหมด เพราะตามกฎหมายแล้วที่ดินบริเวณนี้ กำหนดให้พื้นที่เกษตรกรรม และไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ แต่ด้วยที่ดินบริเวณนี้ไม่มีเอกสารสิทธิ การเข้าไปดำเนินคดีหรือพิสูจน์ทราบว่ามีการเข้าไปบุกรุกของกลุ่มทุนหรือไม่ จึงเป็นไปได้ยาก

วิถีเกษตรไร่กะหล่ำปลี หรือ ธุรกิจท่องเที่ยว

ภูทับเบิกถือเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และด้วยพื้นที่ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,786 เมตร มีอากาศหนาวเย็น จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้การใช้ประโยชน์ในที่ดินจากเดิมทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว ก็กลายเป็นธุรกิจท่องเที่ยว ชาวเขาบางส่วนผันตัวเองมาทำรีสอร์ทควบคู่ไปกับการทำไร่กะหล่ำปลี และปฏิเสธไม่ได้ว่าบางส่วน มีการขายสิทธิ์ที่ดินให้กับกลุ่มทุนเข้าไปทำธุรกิจ และหากจะจัดสรรที่ดินภูทับเบิกกันใหม่ในอนาคตตามแผนที่มีการประชุมไปในวันนี้ ต้องดูว่ารายได้ที่จะตกไปในพื้นที่ของทั้งภาคเกษตรและการท่องเที่ยวว่าจะคุ้มค่าและเป็นไปได้หรือไม่

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า ภูทับเบิก มีพื้นที่เกษตรขนาดเล็ก ๆ ราว 2,000 ไร่ และพื้นที่ไร่ขนาดใหญ่อีกหมื่นกว่าไร่ ปลูกกะหล่ำปลีเป็นหลักแล้วส่งไปขายทั่วประเทศ โดยจะส่งไปที่ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท และตลาดหล่มสัก ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 18 บาท หัวหนึ่งตกราว 1 กิโลครึ่ง เกษตรกรจะมีรายได้จากการปลูกกะหล่ำปลี 1 รอบหรือราว 3 เดือน ครั้งละ 2-3 แสนบาทต่อครัวเรือน และมีแนวโน้มว่าราคาจะเพิ่มมากขึ้น เพราะปัจุบันพื้นที่ปลูกกะหล่ำปลีลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการท่องเที่ยว

ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์ เพิ่มสูงขึ้นในช่วง1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเฉลี่ย 1.7 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้เข้าจังหวัดกว่าปีละ 5,400 ล้านบาท โดยเฉพาะปัจจุบันจังหวัดเพชรบูรณ์ถือเป็น 1 ใน เมืองทั้ง 12 เมืองต้องห้ามพลาด ตามแคมเปญของการท่องเที่ยว

รายได้จากการท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากเป็นตัวชี้วัดอย่างดีที่จะบอกว่า พื้นที่ภูทับเบิก มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวสูง ขณะที่พื้นที่เกษตรลดลง แต่เมื่อทั้งสองสิ่งเกี่ยวเนื่องส่งเสริมกัน "เพราะมีไร่กะหล่ำปลี จึงมีนักท่องเที่ยว จึงเป็นสิ่งท้าทายที่จะจัดการที่ดินนี้ในอนาคต แต่ควรคำนึงถึงประโยชน์ที่จะตกกับคนในพื้นที่เป็นหลัก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ