กรมราชทัณฑ์แถลงการณ์ยัน "สารวัตรเอี๊ยด" ผู้ต้องหาคดี 112 ผูกคอเสียชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ ยัน "สารวัตรเอี๊ยด" ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา 112 ผูกคอในเรือนจำชั่วคราวมณฑลทหารบกที่ 11 และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล


วันที่ 21 ต.ค. 58 กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ได้รับรายงานเมื่อเวลา 22.00 น. ของคืนที่ผ่านมา (24 ต.ค. 58) ว่า พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา 112 ผูกคอภายในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี หรือมณฑลทหารบกที่ 11 เมื่อเจ้าหน้าที่พบเห็นจึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยข้อเท็จจริงที่กรมราชทัณฑ์ชี้แจง ระบุว่า


1.ห้องขังที่เรือนจำชั่วคราว ไม่ใช่ห้องขังเหมือนเรือนจำปกติทั่วไป แต่ใช้อาคารที่ทำการของหน่วยทหาร ซึ่งมีประตูทึบผนังปูน 4 ด้าน ไม่สามารถมองตรวจตราจากภายนอกได้ ต้องเปิดประตูจึงจะมองเห็น ภายในห้องขังมีเครื่องหลับนอนผู้ต้องขัง ใช้ระบบขังเดี่ยว ผู้ต้องขังทั้งหมดไม่มีโอกาสพบกัน


2.การควบคุมผู้ต้องขังเวลากลางคืนจะมีเวรผลัดละ 1 ราย คอยเดินตรวจตรา ซึ่งขณะนี้ เรือนจำชั่วคราวมีผู้ต้องขังรวม 5 ราย ประกอบกับเป็นวันหยุดราชการ ไม่มีการสอบสวน ผู้ต้องขังถูกขังห้องเพียงลำพัง ไม่มีโอกาสพบคู่คดี จะมีการเดินตรวจเป็นระยะเท่านั้น


3.คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ผู้ต้องขังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจมีปัญหาในการปรับตัว เพราะเพิ่งรับตัวไว้เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 58


ทั้งนี้การเสียชีวิตของผู้ต้องขังในครั้งนี้เป็นการเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน จึงต้องดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และส่งศพให้สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป และต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แล้วรายงานผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการมายังสำนักงานรัฐมนตรี


ส่วนความคืบหน้าคดี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้เร่งรัดพนักงานสอบสวน ให้สรุปสำนวนคดีภายใน 3 สัปดาห์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขยายผล ซึ่งหากผู้ต้องหาให้การพาดพิงถึงใคร ก็เรียกมาสอบสวนและดำเนินคดี


สำหรับการดำเดินคดี แยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามมาตรา 112 และในส่วนของคดีลักทรัพย์ของบริษัทเอกชนและราชการมาเป็นของตัวเอง และจากการเข้าตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท เลขานุการคนสนิทของหมอหยอง พบว่าทรัพย์สินบางส่วนจาก พ.ต.ต.ปรากรม เป็นของกลางที่ยึดได้จาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในคดีหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะขยายตรวจสอบที่มาโดยเฉพาะอาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ร่วมตรวจสอบอีกทางหนึ่ง


นอกจากนี้จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนี้อีกครั้งในช่วงบ่ายวันที่ 29 ต.ค. 58 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่วนคดีกวาดล้างมาเฟียเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลพร้อมอยู่แล้วและพร้อมปฏิบัติงานทันที

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ