​ผ่าโครงสร้างขจัดคราบน้ำมัน ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง?(คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ฺBigstory! เหตุพบคราบน้ำมันบริเวณชายหาดหัวหินและวนอุทยานปราณบุรี แม้วันนี้ไม่มีคราบน้ำมันลอยเข้าชายฝั่ง แต่ยังพบซากน้ำมันตกค้างบนพื้นทราย ผลกระทบมีทั้งต่อระบบนิเวศและความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว ขณะที่นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนชี้การขจัดคราบน้ำมันครั้งนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

เร่งฟื้นฟูชายหาดหัวหิน เรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เร่งสำรวจความเสียหาย กรณีพบคราบน้ำมันบริเวณชายหาดหัวหิน และวนอุทยานปราณบุรี เพื่อเตรียมเอาผิดทั้งทางแพ่งและอาญา ขณะที่หลายหน่วยงานเร่งทำความสะอาดชายหาด เพื่อเรียกความมั่นใจจากนักท่องเที่ยว

สภาพหาดทราย บริเวณชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันนี้แม้จะไม่มีคราบน้ำมันลอยเข้าชายฝั่งแล้วแต่ยังคงพบซากน้ำมันตกค้างอยู่ใต้พื้นทราย ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งตรวจวัดค่ามาตรฐานในน้ำทะเล และพื้นทราย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเก็บเศษขยะและสิ่งปฎิกูล

ผลกระทบจากการพบคราบน้ำมัน ทำให้การค้าขายบริเวณชายหาดซบเซาลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่กล้าลงเล่นน้ำ

ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา (3 พ.ย.58) ตัวแทนหน่วยงานเกี่ยวข้องในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมหารือมาตรการฟื้นฟูชายหาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว รวมถึงเตรียมวางมาตรการรับมือหากเกิดเหตุลักษณะนี้อีก

ส่วนผลตรวจสอบตัวอย่างคราบน้ำมันอย่างไม่เป็นทางการของกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า คราบน้ำมันที่พบไม่เป็นอันตราย แต่หากสัมผัสจะติดตามร่างกายจะล้างออกยาก

ความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้เทศบาลเมืองหัวหิน กรมเจ้าท่า และวนอุทยานปราณบุรี เข้าแจ้งความและสำรวจความเสียหาย เพื่อเอาผิดทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้กระทำความผิด

คราบน้ำมันทำ "ป่าชายเลน" ไร้วี่แววสัตว์น้อยใหญ่

ในขณะที่หัวหินเริ่มกลับสู่ภาวะปกติหากประเมินโดยสายตา อีกพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันครั้งนี้เช่นกัน คือ ที่ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต หลังผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ยังไม่มีหน่วยงานใด ลงพื้นที่กำจัดคราบน้ำมัน

เมื่อถึงเวลาน้ำลด คราบน้ำมันยังคงปรากฎชัดเจนตามแนวป่าชายเลนแถบนี้ ที่นี่เป็นแหล่งรวมแม่น้ำ 5 สายที่ไหลมาบรรจบ พร้อมพัดพาแร่ธาตุสารอาหารเข้ามายังชายฝั่ง ทำให้บริเวณนี้เป็นทั้งศูนย์รวมแหล่งกำเนิดและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ แต่ทั้งหมดกำลังจะกลายเป็นเพียง "ความทรงจำ"

ไม่เพียงป่าชายเลน พื้นที่โดยรอบของตำบลนาโคกกว่า 2000 ไร่ คือ แหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์ อาชีพหลักของคนแถบนี้ ชายคนนี้ คือ เกษตรกรคนหนึ่งที่เลี้ยงกุ้งเพื่อยังชีพ เวลานี้บ่อกุ้งของเขาเริ่มได้รับผลกระทบ

ชาวบ้านเปิดเผยว่าพวกเขาเริ่มพบคราบน้ำมันตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.58 จนถึงวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการเก็บกำจัด ทีมข่าวพยายามสอบถามหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมหลายแห่งในพื้นที่ เพื่อให้เห็นภาพรวมของความเสียหายแต่ทั้งปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล โดยให้เหตุผลว่าภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย และยังไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานส่วนกลาง

นายกฯเผย จัดการคราบน้ำมันล่าช้า เพราะไม่มีอุปกรณ์

ความล่าช้าในภารกิจนี้ วันนี้ (3 พ.ย.58) มีคำชี้แจงจากนายกรัฐมนตรีว่าเกิดขึ้นเพราะไม่มีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานเหมือนกับต่างประเทศ ขณะที่ด้านการสืบสวนมีความคืบหน้าว่าต้นตอของคราบน้ำมันน่าจะมาจากเรือขนาดใหญ่ที่ลักลอบปล่อยน้ำมันลงทะเล

ผ่าโครงสร้าง "วัดประสิทธิภาพ ขจัดคราบน้ำมัน"

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาคร สวนทางกับมาตรฐานตามแผนเผชิญเหตุน้ำมันรั่วไหลในทะเลอย่างชัดเจน หากดูจากกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่สุด คือ "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน พ.ศ.2547"

รายละเอียดของระเบียบฉบับนี้ ค่อนข้างรัดกุมในการรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ โดยกำหนดให้มีคณะทำงานชุดหนึ่ง ชื่อว่า "คณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน" มีประธานโดยตำแหน่งคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และมีหน่วยงานในระดับกรมที่เกี่ยวข้องมีศักยภาพในภารกิจ ร่วมทำงานด้วยเกือบ 20 หน่วยงาน อย่างเช่นกรมควบคุมมลพิษ กรมขนส่งทางอากาศ กรมยุทธการทหารบก,เรือ,อากาศ กรมบัญชากลาง เพื่อให้มีความคล่องตัวในทุกขั้นตอนตั้งแต่การตั้งงบประมาณสำรองไว้ การปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมัน ทำรายงานประเมินผลกระทบ และการติดตามระยะยาว

โดยทุกหน่วยงานจะทำงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการที่มีกรมเจ้าท่าหรือชื่อเดิมตามกฎหมายเป็นศูนย์กลาง ทำหน้าเลขานุการ

ส่วนแนวทางปฏิบัติของคณะทำงานชุด ก็ถูกกำหนดไว้ในข้อ 13 ของระเบียบสำนักนายกฯ ฉบับนี้ชัดเจน เกี่ยวกับการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำมันเนื่องจากน้ำมัน โดยให้หน่วยปฎิบัติการดำเนินตามแผนป้องกันที่จะมีการซัดซ้อมกันอยู่ต่อเนื่องโดยเร็ว

อำนาจ หน้าที่ และภารกิจของคณะทำงานชุดนี้ หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดกับป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาคร นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ประเมินให้ทีมข่าว PPTV ฟังว่าการขจัดคราบน้ำมันที่นี่ถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างทันท่วงทีตามที่กฎหมายกำหนดภารกิจไว้ ส่วนทางฝากของตัวแทนคณะทำงานอย่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชี้แจงว่าสาเหตุที่การทำงานล่าช้า เพราะมีข้อจำกัดของสภาพพื้นที่

ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันในครั้งนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนในฐานะนักกฎหมาย แนะนำประชาชนและท้องถิ่น สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อหน่วยงานรัฐได้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ โดยไม่ต้องรอให้หาเรือต้นตอที่ทำน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเลพบ

หากเปรียบเทียบกับเหตุน้ำมันรั่วและไหลเข้าสู่ชายฝั่งเกาะเสม็ดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แม้การรับมือครั้งนั้นก็ถูกติติงลักษณะเดียวกัน แต่ด้วยเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและมีบริษัทเอกชนรับผิดชอบชัดเจน เราจึงได้เห็นวิธีการกำจัดคราบน้ำมันในเชิงเทคนิค ทั้งการล้อมทุ่นจำกัดวงของคราบน้ำมัน การโปรยสารเคมีเพื่อสลายคราบน้ำมันบนผิวน้ำ ทั้งหมดแสดงให้เห็นทั้งความพร้อมของศักยภาพและอุปกรณ์ ที่เชื่อกันว่า หากการแก้ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตามที่กฎหมายระบุไว้ ความเสียหายอาจจะไม่มากเท่านี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ