​เลือกตั้งครั้งแรกไทย-เมียนมาร์ 82 ปีแห่งความต่าง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

8 พ.ย.58 วันนี้ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการเลือกตั้งรัฐบาลพลเรือนเป็นครั้งแรกของเมียนมาร์ ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งครั้งแรกของไทย 82 ปี



82 ปีเลือกตั้งครั้งแรกไทย-เมียนมาร์

ไทยเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากคณะราษฎร์เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 โดยการเลือกตั้งครั้งแรกของไทยคือวันที่ 15 พ.ย.2476 ขณะที่เมียนมาร์เลือกตั้งรัฐบาลพลเรือนครั้งแรกในวันนี้ (8 พ.ย.58) ทั่วโลกต่างสนใจการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ที่อาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าเมียนมาร์ เป็นประชาธิปไตย ทุนนิยมประชาธิปไตย สหพันธรัฐ หรือยังอยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาลทหาร ที่ ณ เวลานี้ยังไม่อาจล่วงรู้



เลือกตั้งทางอ้อมและครั้งเดียวของไทย

การเลือกตั้งครั้งแรกของไทยเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม เป็นการเลือก ส.ส.ทั้งหมด 156 คน มาจากการเลือกตั้ง 78 คน แต่งตั้ง 78 คน เช่นเดียวกับเมียนมาร์ที่จะมีการเลือกตั้งทางอ้อม 440 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง 325 ที่นั่ง แต่งตั้งโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด 110 ที่นั่ง และไม่มีการเลือกตั้ง 7 ที่นั่ง



เมียนมาร์มี93 พรรคส่งผู้สมัครฯ -ไทยยังไม่มีพรรคการเมือง

การเลือกตั้งของเมียนมาร์ครั้งนี้มีพรรคการเมืองลงสมัครสูงถึง 93 พรรคการเมือง มีผู้สมัครสูงถึง 6,065 คน (ผู้สมัครอิสระ 309 คน) พรรคการเมืองที่สำคัญมี 2 พรรค คือ พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ ยูเอสดีพี (USDP) ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง และพรรคแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ เอ็นแอลดี ( NLD – National League of Democracy) ของนางอองซาน ซูจี ที่เหลือเป็นพรรคการเมืองของ กลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นตัวแปรสำคัญ


ส่วนการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2476 นั้น ไทยยังไม่มีพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองแรกเกิดขึ้นปี 2489 คือพรรคก้าวหน้า จัดตั้งโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติพรรคการเมือง ในปี พ.ศ.2498 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในระหว่างปี 2498-2501 มีพรรคการเมืองจำนวน 30 พรรค



ผู้มีสิทธิออกเสียง

ไทยมีผู้มีสิทธิออกเสียง: 4,278,231 คน มีผู้ออกไปใช้สิทธิร้อยละ 41.5 ขณะที่เมียนมาร์มีผู้มีสิทธิออกเสียง 33 ล้านคน



นายกฯ-ประธานาธิบดีคนแรก

ไทยมี พระพยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ขณะที่เมียนมาร์เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดี ที่น่าสนใจคือระหว่าง ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง กับ นางอองซาน ซูจี ใครจะขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงสุด กระนั้นรัฐธรรมนูญของเมียนมาร์ระบุไว้ว่าคนที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีได้นั้นจะต้องไม่มีสามี หรือ บุตรเป็นชาวต่างชาติ ทำให้แม้พรรค NLD ของอองซาน ซูจี จะคว้าชัยชนะมาได้ในวันนี้ แต่ตัวของนางอองซาน ซูจี จะไม่สามารถนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีได้ หาก NLD ชนะการเลือกตั้ง นางซูจี ประกาศจะเลือกประธานาธิบดีด้วยตนเอง ซึ่งทางทีมข่าว PPTV ได้รับการเปิดเผยจากแกนนำพรรค NLD ว่า บุคคลผู้นี้จะเป็นพลเรือน



โดย ทีมข่าว New Media PPTV36

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ