82 ปีเลือกตั้งครั้งแรกไทย-เมียนมาร์
ไทยเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากคณะราษฎร์เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 โดยการเลือกตั้งครั้งแรกของไทยคือวันที่ 15 พ.ย.2476 ขณะที่เมียนมาร์เลือกตั้งรัฐบาลพลเรือนครั้งแรกในวันนี้ (8 พ.ย.58) ทั่วโลกต่างสนใจการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ที่อาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าเมียนมาร์ เป็นประชาธิปไตย ทุนนิยมประชาธิปไตย สหพันธรัฐ หรือยังอยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาลทหาร ที่ ณ เวลานี้ยังไม่อาจล่วงรู้
เลือกตั้งทางอ้อมและครั้งเดียวของไทย
การเลือกตั้งครั้งแรกของไทยเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม เป็นการเลือก ส.ส.ทั้งหมด 156 คน มาจากการเลือกตั้ง 78 คน แต่งตั้ง 78 คน เช่นเดียวกับเมียนมาร์ที่จะมีการเลือกตั้งทางอ้อม 440 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง 325 ที่นั่ง แต่งตั้งโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด 110 ที่นั่ง และไม่มีการเลือกตั้ง 7 ที่นั่ง
เมียนมาร์มี93 พรรคส่งผู้สมัครฯ -ไทยยังไม่มีพรรคการเมือง
การเลือกตั้งของเมียนมาร์ครั้งนี้มีพรรคการเมืองลงสมัครสูงถึง 93 พรรคการเมือง มีผู้สมัครสูงถึง 6,065 คน (ผู้สมัครอิสระ 309 คน) พรรคการเมืองที่สำคัญมี 2 พรรค คือ พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ ยูเอสดีพี (USDP) ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง และพรรคแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ เอ็นแอลดี ( NLD – National League of Democracy) ของนางอองซาน ซูจี ที่เหลือเป็นพรรคการเมืองของ กลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นตัวแปรสำคัญ
ส่วนการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2476 นั้น ไทยยังไม่มีพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองแรกเกิดขึ้นปี 2489 คือพรรคก้าวหน้า จัดตั้งโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติพรรคการเมือง ในปี พ.ศ.2498 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในระหว่างปี 2498-2501 มีพรรคการเมืองจำนวน 30 พรรค
ผู้มีสิทธิออกเสียง
ไทยมีผู้มีสิทธิออกเสียง: 4,278,231 คน มีผู้ออกไปใช้สิทธิร้อยละ 41.5 ขณะที่เมียนมาร์มีผู้มีสิทธิออกเสียง 33 ล้านคน
นายกฯ-ประธานาธิบดีคนแรก
ไทยมี พระพยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ขณะที่เมียนมาร์เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดี ที่น่าสนใจคือระหว่าง ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง กับ นางอองซาน ซูจี ใครจะขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงสุด กระนั้นรัฐธรรมนูญของเมียนมาร์ระบุไว้ว่าคนที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีได้นั้นจะต้องไม่มีสามี หรือ บุตรเป็นชาวต่างชาติ ทำให้แม้พรรค NLD ของอองซาน ซูจี จะคว้าชัยชนะมาได้ในวันนี้ แต่ตัวของนางอองซาน ซูจี จะไม่สามารถนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีได้ หาก NLD ชนะการเลือกตั้ง นางซูจี ประกาศจะเลือกประธานาธิบดีด้วยตนเอง ซึ่งทางทีมข่าว PPTV ได้รับการเปิดเผยจากแกนนำพรรค NLD ว่า บุคคลผู้นี้จะเป็นพลเรือน
โดย ทีมข่าว New Media PPTV36