ถอดรหัสชัยชนะซูจี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ฺBigstory คณะกรรมการการเลือกตั้งของเมียนมาร์ได้เริ่มประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการชุดแรกแล้ว โดยสามารถประกาศผลการนับคะแนนในพื้นที่ที่มีการนับคะแนนเสร็จแล้ว 17 เขต ในนครย่างกุ้ง

ปรากฎว่าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ของนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ชนะการเลือกตั้ง ถึง 16 ที่นั่ง มี 12 เขตที่พรรค NLD ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย ทั้งนี้ 16 ที่นั่ง เป็นผู้สมัครผู้หญิง3 คน ขณะเดียวกัน ผลการเลือกตั้งในเทศบาลต่างๆในนครย่างกุ้งเริ่มทยอยมาถึง กกต. พบว่า พรรคเอ็นแอลดี คว้าชัยชนะเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ได้ไปเพียง1 ที่นั่ง ซึ่งกกต.จะแถลงผลการเลือกตั้งเป็นช่วงๆ

ขณะที่ สื่อท้องถิ่นของเมียนมาร์ รายงาน ระบุว่า พรรคNLDเอาชนะพรรคUSDP ได้ในหลายเมือง โดยขณะนี้ ได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว 18 ที่ วุฒิสภา 5 ที่ สภาท้องถิ่นหมายเลขหนึ่ง 16 ที่ และสภาท้องถิ่นหมายเลขสอง อีก 17 ที่ และหลังมีการนับคะแนนในพื้นที่ 72 เขต จาก 88 เขต ในเมืองมะอูบิน พรรค NLD นำอยู่มากถึง 1 หมื่นคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าจัดขึ้นโดยไม่เกิดเหตุวุ่นวาย มีประชาชน 30 ล้านคนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อวานนี้ นับเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 5 ปี

พรรครัฐบาลเมียนมาร์ ยอมรับความพ่ายแพ้

แกนนำพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ หลังการนับคะแนนในเบื้องต้นพบว่า พรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ของนางอองซาน ซูจี มีคะแนนทิ้งห่างหลายพื้นที่

นาย ฮเตย์ อู รักษาการหัวหน้าพรรคพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศเป็นครั้งแรก หลังการเลือกตั้ง โดยยอมรับว่า พรรค USDP เป็นฝ่ายพ่ายแพ้แน่นอนแล้ว แม้การนับคะแนนจะยังไม่เสร็จสิ้น

นาย ฮเตย์ อู ยืนยันว่า พรรค USDP จะไม่มีการโต้แย้งใดๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ และจะมีการวิเคราะห์ว่าสาเหตุใดพรรคจึงไม่ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งนาย ฮเตย์ อู ยังยอมรับว่าเขารู้สึกแปลกใจที่ตัวเขาเองก็พ่ายแพ้อย่างขาดลอยในจังหวัดฮินทาดา ทั้งที่เขตดังกล่าวถือเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค

อย่างไรก็ตาม นาย ฮเตย์ อู ยืนยันว่า พรรค USDP จะทำหน้าที่ของพรรคการเมืองต่อไป นั่นคือ การปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ขณะที่พรรคเอ็นแอลดี ระบุว่าผลการนับคะแนนเในเขตที่มีประชากรอาศัยหนาแน่น พบว่า ผู้สมัครของพรรคได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 80 % พร้อมทั้งคาดว่าพรรคน่าจะได้คะแนนเสียงทั้งประเทศประมาณ 70 %

ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาร์ที่คึกคัก มีผู้ไปใช้สิทธิ์หย่อนบัตรลงคะแนนเสียงถึงร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ทั้งประเทศ จนถึงขณะนี้ค่อนข้างจะชัดเจนว่า คะแนนเสียงถูกเทไปที่ พรรค NLD ที่นำโดยนางอองซาน ซูจี นั้นหมายความว่า นางอองซาน ซูจี จะต้องมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาร์ และแม้พรรค NLD จะชนะการเลือกตั้งจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เองพรรคเดียว แต่เส้นทางทางการเมืองของนางอองซานก็ใช่ว่าจะราบรื่น อุปสรรคสำคัญอย่างแรก คือ

1.ประธานาธิบดี แม้จะผ่านพ้นช่วงหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน พฤศจิกายนนี้ สถานการณ์ก็ยังไม่แน่นอน เพราะสมาชิกรัฐสภาจะต้องไปลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดี คำถามคือ ใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปเมื่อตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ2008 ของเมียนมาร์ นางอองซานไม่สามารถเป็นได้



2.รัฐธรรมนูญ 2008 ซึ่งแน่นอนว่า นางอองซาน ซูจี ต้องการที่จะเข้ามาเพื่อแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะ 2 มาตราหลักที่กำหนดให้ทหารมีที่นั่งในสภา ร้อยละ25 และ ห้ามผู้ที่มีคู่สมรสหรือลูกเป็นชาวต่างชาติเป็นประธานาธิบดี แต่การจะแก้ไขกฎหมายสำคัญนั้นจะต้องอาศัยเสียงในสภาร้อยละ75 ซึ่งต้องอาศัยเสียงทหารมาช่วยสนับสนุน เพราะฉะนั้นหลังจากนี้การเจรจาระหว่างนางอองซาน ซูจี และฝ่ายทหารต้องมีขึ้นอย่างแน่นอน

3.การทำงานร่วมกับฝ่ายทหาร คณะรัฐบาลเมียนมาร์ มีอยู่ด้วยกันประมาณ 30 กระทรวง ในจำนวนนี้ มี 3 กระทรวงหลักที่ สำคัญ คือ กลาโหม, มหาดไทยและความมั่นคงชายแดน ซึ่งทหารเป็นผู้ดูแล หากไม่ได้รับความร่วมมือ ทิศทางการบริหารประเทศก็ยากที่จะขับเคลื่อนได้ยาก

4.กลุ่มชาติพันธุ์ อย่างที่เคยให้ข้อมูลไปมีอย่างน้อย 23 กลุ่มชาติพันธุ์ที่รวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางการเมือง ซึ่งทั้ง 23 กลุ่มชาติพันธุ์นี้อาจจะไม่ให้การสนับสนุนนางอองซาน ซูจี เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรค NLD ส่งผู้สมัคร ลงไปตัดคะแนนเสียงของกลุ่มชาติพันธุ์ในหลายเขต ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ไม่พอใจ นอกจากนี้พรรค NLD ไม่เคยมีความชัดเจนในเรื่องของการผลักดันนโยบาย สหพันธรัฐ ที่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆต้องการ และอีกเหตุผลหนึ่งคือ การทำตามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ ที่มีการลงนามกันไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นพันธะผูกพันที่นางอองซานซูจีต้องผลักดันต่อ

5.ความคาดหวัง ประชาชนเมียนมาร์ที่เทคะแนนให้พรรค NLD เพราะมีความคาดหวังว่านางอองซาน จะนำพาประเทศเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอยู่ และปากท้อง ซึ่งนี้เป็นอุปสรรคสำคัญเพราะหลังจากนี้ การสานต่อนโยบายทางเศรษฐกิจอาจมีปัญหา และการชะงักของนักลงทุน ที่ไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองของเมียนมาร์

นอกจากนี้ยังมีเรื่องแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ฝังรากลึกในสังคมเมียนมาร์ ยากที่จะแก้ไข

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ