บทเรียนรัฐ เสียค่าโง่ "คลองด่าน" (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Big story แม้กระบวนการ จ่ายค่าโง่.. โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ จะเป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมาย เพราะคดีนี้ ฝ่ายรัฐ คือ กรมควบคุมมลพิษ แพ้ในชั้นอนุญาโตตุลาการ เพราะถูกมองว่าทำผิดสัญญา จากคำสั่งยุติโครงการ ในขณะที่เหลือการจ่ายค่าจ้างอีก 4 งวด

แต่ในส่วนของภาคประชาชน ที่ต่อสู้กับโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น กลับมองว่า แท้จริงแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็น ที่หากสืบสวนลึกลงไป อาจทำให้รู้ว่า ใคร

ข้อเสนอชาวคลองด่าน – เพื่อไม่ต้องจ่าย "ค่าโง่"

1.ตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้าง – พบไม่เป็นไปตามสัญญา

เช่น บ่อพักน้ำเสียมีเพียง 8 บ่อ จากในสัญญา 12 บ่อ

ชาวตำบลคลองด่านกลุ่มหนึ่ง ที่คัดค้านโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น เสนอให้รัฐบาล ตั้งคณะอุกรรมการขึ้นมาใหม่ โดยขอให้ตรวจสอบเพิ่ม 3 ประเด็น ที่พวกเขามองว่า จะ "พลิกเกม" เพราะเป็นประเด็นที่เคยพบว่า เอกชน คือ กิจการร่วมค้า NVPSKG อาจเป็นฝ่ายที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาก่อน

ประเด็นแรก คือ ขอให้ตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้าง ว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ เช่น มีจุดที่พบว่า มีบ่อพักน้ำเสีย เพียง 8 บ่อ จากที่ในสัญญาระบุว่า มี 12 บ่อ (แต่โครงการนี้ชัระบบ TURN KEY เอกชน เป็นผู้ออกแบบเอง)


ข้อเสนอที่ 2 คือ ขอให้กลับไปตรวจสอบคุณสมบัติของเอกชน คือ กิจการร่วมค้า NVPSKG โดยเฉพาะเมื่อใน TOR ระบุว่า ผู้มีคุณสมบัติต้องมีบริษัทที่มีประสบการณ์ในการทำบ่อบำบัดน้ำเสีย ในกรณีนี้ คือ N หรือ บริษัท นอร์ทเวสท์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติครบสำหรับเข้าร่วมการประกวดราคา แต่เมื่อประกวดราคาแล้ว N กลับถอนตัว และไม่มีชื่อลงนามในสัญญาก่อสร้าง จึงเกิดคำถามว่า เมื่อขาด N ที่เป็นเงื่อนไขตาม TOR เท่ากับว่า ขาดคุณสมบัติไปแล้วหรือไม่

ข้อเสนอที่ 3 ต่อเนื่องจากข้อที่ 2 คือ เสนอให้ตรวจสอบกระบวนการของฝ่ายรัฐในการต่อสู้คดี ว่าได้ต่อสู้เมที่แล้วหรือไม่

จากข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ หากตรวจสอบพบว่า มีความผิดจริง ให้อนุกรรมการนำประเด็นเหล่านี้ ส่งเรื่องต่อให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และถ้า ป.ปช.ชี้มูล เสนอให้ ส่งเรื่องของศาลปกครองรื้อคำตัดสิน และอีกทางหนึ่ง ก็ฟ้องเรียกความเสียหายจากเอกชนแทน

โครงการนี้ เริ่มขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ปี 2538 ที่ริเริ่มโครงการ จากกระทรงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีว่าการ โดยเสนอสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียรวม ในจังหวัดสมุทรปราการ แต่เดิม ตั้งอยู่ในเขตบางปู ที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรม แต่แล้วก็เปลี่ยนพื้นที่ มาที่ตำบลคลองด่าน ซึ่งเป็นแหล่งประมงแทน โดยลากท่อยาวมาอีกหลายกิโลเมตร เปลี่ยนที่ดินสร้างบ่อบำบัด จนโครงการมีราคาสูงขึ้น จาก 13000 ล้านบาท เป็น 23000 ล้านบาท โครงการนี้ยังใช้ระบบ เทินคีย์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมา เป็นผู้ออกแบบเอง จากโครงการปกติ รัฐจะต้องเป็นผ้ออกแบบ


มาที่ผู้รับเหมา แรกเริ่ม มีผู้สนใจเข้าประกวดราคา 13 ราย แต่ด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้รับเหมาอย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้มีเพียง 4 ราย ที่มีสิทธิเข้าแข่งขัน สุดท้าย เหลือเพียง 2 รายมายื่นซองประกวดราคา และผู้ชนะ คือ กิจการร่วมค้า NVPSKG ซึ่ง เมื่อดูชื่อบริษัท ใน 5 รายหลัง V P S K G จะพบว่า ล้วนเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ขอปะเทศไทย  มีรายชื่อเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้น สัมพันธุ์กับฝ่ายการเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน (ปี 2538 ยังไม่มีกฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเจ้าของ หรือ หุ้นส่วนในบริษัทเอกชน ที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ)

เหลืออีกอ หนึ่ง คือ N เราบอกไปแล้ว ว่า N คือ นอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นบริษัทสำคัญที่ทำให้ NVPSKG มีคุณสมบัติครบสามารถเข้าประกวดราคาได้ เพราะใน "คุณสมบัติที่เข้มงวด" ระบุว่า ผู้รับเหมา ต้องมีประสบการณ์ทำบ่อบำบัดน้ำเสียมาก่อน ซึ่ง N เป็นบริษัทเดียว แต่ก็ ถอนตัวออกไปก่อนเซ็นต์สัญญา จึงมีคำถามว่า "ขาดคุณสมบัติ" หรือไม่

ส่วน G คือ เกตเวย์ เข้ามาจัดหาที่ดิน เลือกที่ดิน แปลงที่มีการซื้อขายอย่างหนักในช่วงก่อนนั้น ทำให้ราคาสูงขึ้น จากไร่ละ 2 หมื่น กลายเป็นไร่ละ 1 ล้านบาท ภายหลังพบว่า การซื้อขายก่อนหน้านั้น มาจากบริษัทในเครือเดียวกนกับ G ซึ่งมีนายวัฒนา อัศวเหม เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น ... โดยขณะนั้น นายวัฒนา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลกรมที่ดิน ทำให้นายวัฒนา ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในเวลาต่อมา

การสู้ทางคดีเริ่มต้นขึ้น เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2546 นทายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในขณะนั้น ที่ดูแลกรมควบคุมมลพิษ สั่งยุติโครงการ หลังพบความผิดปกติหลายประเด็น ทั้งราคาที่ดิน และมองว่า เอกชน ผิดสัญญา ตั้งแต่ ไม่มี N ร่วมลงนามในสัญญา

หลังถูกสั่งยุติโครงการ เอกชน ยื่น อนุญาโตตุลาการ และไปไกล่เกลี่ย ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ แพ้ในชั้นอนุญาโตตุลาการ(รัฐ แพ้ทุกคดี) ก่อนที่จะไปแพ้คดีอีกในศาลปกครอง จึงถูกสั่งให้จ่ายเงินชดเชย ในกระบวนการนี้ มีคำถามว่า การต่อสู้คดีของฝ่ายรัฐ เป็นอย่างไร

และนี่คือ "ผล" ที่เกิดขึ้น รัฐจ่ายเงินค่าก่อสร้างไปแล้ว เกือบครบ

แต่มาวันนี้ ผลพวงจากในอดีตทำให้ รัฐ ต้องจ่ายเพิ่ม อีก 9,000 ล้านบาท ให้กับเอกชน ที่เราอธิบายเบื้องหลังไปก่อนหน้านี้แล้ว

(ทีมงานขออภัยเรื่องราคารวมที่ดินผิดพลาดในคลิปวิดีโอ ต้องเป็นราคา 1,800-1,900 ล้านบาท ไม่ใช่ 18,000 ล้านบาท)

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ