ชำแหละกลุ่มนักรบ ตาลีบัน-อัลกออิดะห์-ไอซิส แตกต่าง?
ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับทีมข่าว PPTVHD ถึงความแตกต่างของสามกลุ่มนี้ว่า ตาลีบัน เป็นกลุ่มนักเรียนที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นระหว่างชายแดนปากีสถานและอัฟกานิสถาน โดยถือกำเนิดที่อัฟกานิสถานหลังสงครามเย็น ที่สหรัฐฯ และโซเวียตออกไปจากประเทศแล้วเกิดความวุ่นวายในกลุ่มติดอาวุธที่มีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจ จนทำให้นักเรียนศาสนาลุกขึ้นมาจับอาวุธต่อสู้กับนักรบฝ่ายต่างๆ จนครองอำนาจเป็นรัฐบาลในอัฟกานิสถาน ซึ่งภายหลังกลุ่มตาลีบันมีปัญหาเนื่องจากมีการตีความกฎหมายอิสลามมาใช้ในการปกครองประเทศแบบสุดโต่งและเคร่งครัด
ขณะที่กลุ่มอัลกออิดะห์ ดร.ศราวุฒิ กล่าวว่ามีรูปแบบการทำสงครามที่มีนักรบอิสระที่มาจากประเทศอื่นเข้ามาทำสงครามในอัฟกานิสถาน เมื่อชนะสงครามก็แยกย้ายกลับไปดินแดนบ้านเกิดของตนเอง กลุ่มนี้มีนายโอซามา บิน ลาเดน เป็นแกนนำ และมีเป้าหมายการต่อสู้ตั้งแต่สงครามเย็นเป็นต้นมากับสหรัฐฯ หรือศัตรูทางไกล และจะไม่ใช้ความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ส่วนไอซิส กำเนิดขึ้นมาหลังสงครามอิรัก ปี 2003 โดยไอซิสมีความแตกต่างจากสองกลุ่มนี้คือ ยึดดินแดนในประเทศที่มีอยู่แล้ว พร้อมทั้งประกาศตัวเป็นรัฐคอลิฟาห์ หรือก่อตั้งรัฐอิสลาม และต่อสู้ศัตรูภายใน ซึ่งผู้ใดที่มีความคิดขัดแย้งกับไอซิส ไม่ว่าจะเป็นมุสลิม หรือไม่เป็นมุสลิมก็ตาม ไอซิสจะสังหารหมด ฉะนั้นไอซิสจึงเป็นภัยคุกคามในภูมิภาคอย่างมาก นอกจากนี้ไอซิสยังสามารถแพร่กระจายความคิดของตนเองให้กับทุกคนซึ่งเป็นประชาชนในยุโรปได้ โดยจากเหตุโจมตีล่าสุดที่กรุงปารีสที่พอฉายภาพออกมาแล้วจะเห็นว่าไม่ใช่แผนการที่ไอซิสวางไว้ในตะวันออกกลาง แต่เป็นกลุ่มคนที่อยู่ในยุโรปเป็นผู้วางแผนจัดการกันเอง
รู้หรือไม่ ไอซิส กลายร่างมาจาก "อัลกออิดะห์"
รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา กล่าวว่า ไอซิสก่อกำเนิดได้ 1- 2 ปีนี้ แต่จุดเริ่มต้นไอซิสมาจากอัลกออิดะห์ ตั้งแต่เกิดสงครามอิรักปี 2003 ที่สหรัฐฯโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน แล้วยึดอิรัก ขณะนั้นพื้นที่ใดที่สหรัฐเข้าไปยึดครองหรือมีผลประโยชน์ กลุ่มอัลกออิดะห์จะเข้าไปทำสงคราม แต่สถานการณ์ในอิรักแตกต่างจากอัฟกานิสถาน เนื่องจากรัฐบาลสุหนี่ถูกโค่นล้ม และทำให้รัฐบาลชีอะห์ขึ้นมาแทนที่ จึงทำให้คนกลุ่มหนึ่งพัฒนามาเป็นไอซิส พร้อมทั้งประกาศเป้าหมายว่า ต้องการโค่นล้มและต่อสู้รัฐบาลชีอะห์ทั้งอิรักและซีเรีย
"อัลกออิดะห์ต่อสู้กับสหรัฐ และไม่สร้างความโกรธแค้นให้ชาวมุสลิม โดยในสายตาของตะวันออกกลาง 80-90% ยังให้การยอมรับ แต่ไอซิสต่อต้านรัฐบาลชีอะห์และสุนหนี่ที่ไม่เห็นด้วยกับตนเอง พร้อมทั้งตั้งรัฐขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำทางการเมืองต่อจากศาสดามูฮัมหมัด ฉะนั้นประชาคมมุสลิมต้องไปปฏิญาณตนต่อไอซิส จึงมองว่าไอซิสมีความโหดเหี้ยมมากกว่า " ดร.ศราวุฒิ กล่าว
ผ่าวิธีการชวนเชื่อไอซิสสู่สมรภูมิรบ!
ดร.ศราวุฒิ กล่าวว่า ไอซิสสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆได้เป็นอย่างดี และเข้าถึงเยาวชนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเข้าถึงกลุ่มคนที่เลือกเป็นเป้าหมายได้ชัดเจน เขารู้ว่าพื้นที่ตรงไหนมีปัญหา เช่น ยุโรป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวมุสลิมเปรียบเสมือนพลเมืองชนชั้นสอง ไอซิสก็จะสื่อสารเรื่องราวของความเป็นรัฐอิสลามพร้อมทั้งให้โอกาสกับกลุ่มคนที่ไม่มีโอกาสได้รับสิทธิต่างๆ และกลุ่มที่ถูกเย้ยหยันเป็นคนชั้นสอง ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้คนเข้าถึง พร้อมเข้าไปสู่ขบวนการรบเพื่อสร้างโอกาสทางสังคมให้ตัวเอง
ใช้ศาสดาพยากรณ์สร้างศรัทธา
นอกจากนี้ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา กล่าวอีกว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มก่อเหตุความรุนแรงอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการเผยแพร่สิ่งที่ศาสดาพยากรณ์ไว้ว่ามีปรากฎการณ์ใดบ้างที่จะเกิดขึ้นในโลก สิ่งหนึ่งที่ศาสดาพยากรณ์ไว้คือธงดำ ซึ่งเป็นนักรบที่ถือธงดำ และมีการต่อสู้ ฉะนั้นสถานการณ์ในปัจจุบันก็เกิดสัญญาณของไอซิสที่ถือธงดำ ซึ่งอาจทำให้หลายคนมองว่า "เป็นสัญญาณของวันสิ้นโลก" จึงต้องเข้าไปร่วมรบ
แฉแกนนำไอซิสเป็นกลุ่มที่ถูกปล่อยตัวจากคุกสหรัฐฯ-เยาวชนหนุ่มสาวเสี่ยงถูกชวนร่วมรบ!
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของไอซิส รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา กล่าวว่า ไอซิสมีหลายระดับ ซึ่งในระดับแกนนำนั้นสำนักข่าวหลายแห่งบอกตรงกันว่า เป็นกลุ่มที่อยู่ในคุกสหรัฐฯ และถูกปล่อยตัวออกไป อีกกลุ่มหนึ่งไอซิสจะชักชวนคนอายุต่างๆกัน เพื่อเข้าร่วมสู้รบ แต่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนคนหนุ่มสาว ส่วนคนวัยกลางคนค่อยข้างน้อย ทั้งนี้เหตุที่เป็นเยาวชนเนื่องจากคนเหล่านี้เลือดร้อน และต้องการเข้าไปแสดงอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโปรโมทเรื่องความรุนแรงจากการทำสงคราม ซึ่งที่ผ่านมาคนรุ่นใหม่ถูกกล่อมเกลาผ่านเกม ภาพยนตร์ที่ต่อสู้และยิงกัน
คลี่ความสัมพันธ์มหาอำนาจไฉนป้องดินแดนตะวันออกกลาง!
สำหรับความสัมพันธ์ของมหาอำนาจในการจับมือถล่มซีเรีย หรือพื้นที่ต่างๆในตะวันออกกลาง เช่นกรณีฝรั่งเศสจับมือรัสเซียถล่มไอซิสอย่างหนาแน่น ดร.ศราวุฒิ กล่าวว่า เวลาฝรั่งเศสทำสงครามจะเข้าไปคุยกับรัสเซียไม่ใช่สหรัฐ เนื่องจากพื้นที่ตะวันออกกลาง เช่น ซีเรีย อัฟริกาเหนือ ลิเบีย เป็นพื้นที่อิทธิพลฝรั่งเศสเก่าตั้งแต่ยุคอณานิคม ฝรั่งเศสจึงไม่ต้องการให้ใครเข้ามาอิทธิพล โดยเฉพาะสหรัฐฯ แต่สุดท้ายคู่ขัดแย้งหนึ่งในสงครามตะวันออกกลางอาจเป็นฝรั่งเศสกับสหรัฐ
ส่วนการขยายพันธุ์จะมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไม่ ดร.ศราวุฒิ กล่าวว่า พื้นที่เอเชียไม่ใช่พื้นที่ของการต่อสู้ แต่พื้นที่ต่อสู้คือตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และมหาอำนาจต้องการเข้ามาแสดงบทบาทและเข้ามามีอิทธิพลปกป้องผลประโยชน์ตนเอง รวมถึงประชาคมฝ่ายต่างๆของตนเองบริเวณดังกล่าวมากกว่า ซึ่งเรื่องของแหล่งนํ้ามันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
"ฝรั่งเศสเข้ามาตะวันออกกลางเพื่อปกป้องศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ตั้งแต่ยุคนานมาแล้ว ไม่เช่นนั้นคงจะไม่ตั้งประเทศเลบานอนขึ้นมา เพราะแต่ก่อนในเลบานอนคือดินแดนที่คาทอลิคอยู่มาก ส่วนรัสเซียเข้ามาเพื่อปกป้องศาสนาคริสต์ นิกายออร์ธอดอกซ์ ขณะที่สหรัฐ อังกฤษปกป้องประชาคมยิวที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงมา แต่ละฝ่ายมีผลประโยชน์ต้องปกป้อง ไม่เฉพาะเรื่องนํ้ามัน ซึ่งผมมองว่าดินแดนตะวันออกกลางคือส่วนที่มีประวัติศาสตร์ความสำคัญของมหาอำนาจอยู่ ส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มหาอำนาจจะเข้ามาแค่สกัดจีน ซึ่งตรงนั้นสำคัญมากว่าจะส่งต่อภูมิภาคเราอย่างไร" ดร.ศราวุฒิ กล่าว
สุดท้าย ดร.ศราวุฒิ กล่าวโดยเชื่อว่าประเด็นไอซิสไม่ใหญ่โตอะไรมากมาย หากมหาอำนาจและทุกประเทศจริงใจในการแก้ไขปัญหาก็ง่ายนิดเดียว ซึ่งที่ผ่านมามหาอำนาจแต่ละฝ่ายไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหานี้ สหรัฐก็มีเป้าหมายโค่นล้มรัฐบาลของนายบาชาร์ อัล-อัสซาด ในซีเรีย ขณะที่รัสเซียก็ยืนยันว่าจะทำอย่างไรให้อัสซาดยืนอยู่ได้
อ่านเพิ่มเพิม : โลกระอุ! นักวิชาการชี้ "สงครามเกิดขึ้นแล้ว" ห่วงไทยระบบป้องกันก่อการร้ายอ่อนแอ http://www.pptvhd36.com/news/19381
รายงานโดย ภัทร์ธีรา แก้วบุญเรือง