ทำไมเกษตรกร ต้าน "พืช GMO"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Big story เห็นไปแล้ว.. ว่าวันนี้ ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาลและหลายจังหวัดทั่วประเทศ ออกมาแสดงออกว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ และขอให้ปรับปรุง เพราะเท่ากับยอมรับการปลูกพืช GMO ที่ในกฎหมายใช้คำว่า "สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม" โดยอนุญาตให้ปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม เหตุผลที่คนเหล่านี้ออกมาต่อต้าน อาจจะถูกเผยแพร่ออกไปมากแล้ว แต่หลายคน ยังยากที่จะเข้าใจ เรารวบรวมมาให้ดูกันอีกที

ในมาตรา 44 ของร่างกฎหมายนี้ อนุญาตให้ "หน่วยงานผู้รับผิดชอบ" มีอำนาจปลดปล่อยพืช GMO ออกสู่สิ่งแวดล้อมได้โดยเจตนาและในมาตรา 46 ระบุว่า ผู้ขออนุญาตต้องศึกษา ประเมินและจัดทํารายงานการประเมิน ความเสี่ยง เสนอมาพร้อมกับคําขอรับใบอนุญาต ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบกําหนด"

ในข้อความเหล่านี้ ฝ่ายผู้ที่คัดค้าน ตีความว่า เป็นการอนุญาตให้ทดลองปลูกพืช GMO ทั้งในห้องทดลอง และในภาคสนาม ซึ่งหมายถึงแปลงทดลองแบบเปิด พร้อมทั้งมีอำนาจในการปล่อยพืช GMO ออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยไม่มีข้อความไหนเลย ที่กำหนดความรับผิดทางแพ่ง หากมีความเสียหายเกิดขึ้น

นี่เป็นสาเหตุ ที่ฝ่ายคัดค้าน เชื่อมโยงให้เห็นว่า เหตุใด พวกขึงท้วงติงประเด็นที่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องความรับผิดทางแพ่ง กับการทดลองปลูกพืช GMO เพราะที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ว่ามีการปนเปื้อนของพืช GMO ในระบบห่วงอาหาร และผู้ผลิต ถูกฟ้อง และต้องชดใช้เป็นเงินหลักหมื่นล้านบาท ในแต่ละกรณี

ปัญหาใหญ่คือความไม่เชื่อมั่นต่อ "หน่วยงานผู้รับผิดชอบ" ตามร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะในขั้นตอนการยกร่างกฎหมายที่ผ่านมา ก่อนจะผ่านคณะรัฐมนตรี เป็นดังโครงสร้างตามกราฟฟิคนี้ จะเห็นคำว่า "หน่วยงานผู้รับผิดชอบ" อยู่ในขั้นที่ 2 ล้วนถูกแต่งตั้งมาจาก คณะกรรมการ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ที่ถูกตั้งโดยรัฐมนตรี

ซึ่งหน่วยงานนี้ นอกจากจะรับผิดชอบในการทดลองการปลูกทั้งในห้องควบคุม และในสนาม ยังมีอำนาจปล่อย "สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม" นี้ ออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ แม่จะต้องขอความเห็นจากผู้ชำนาญการ ผู้ชำนาญการ ก็มาจากการตั้งของคณะกรรมการชุดเดียวกัน

ฝ่ายคัดค้านกล่าวหาด้วยว่า คณะที่ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีฝ่ายเกษตรกร ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ แต่มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ GMO อยู่ด้วย

เมื่อเรามองย้อนกลับไปออกในในเวทีโลก เรื่อง GMO ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง และระหว่างการถกเถียงนี้ หลายประเทศ "ไม่มั่นใจ" จนถึงขณะนี้ มี 38 ประเทศ ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ห้ามปลูกพืช GMO ถ้านับเฉพาะใน อียู 28 ประเทศ มี 16 ประเทศ ประกาศห้ามปลูก หมายความว่า นี่คือตลาดใหญ่ในการส่งออกที่ปฏิเสธการปลูก GMO ในประเทศ และเมื่อถามว่า เขานำเข้ามั้ย คำตอบคือ นำเข้า แต่ต้องติดสลากบอกให้ชัดเจนว่าเป็น GMO ซึ่งก็เกิดปัญหาว่า "ไม่มีคนซื้อ" ผลิตภัณฑ์ที่มีสลากเหล่านี้

และเป็นเหตุผลที่ชัดเจนว่า ทำไม ทั้งสภาการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ กับ กระทรวงพาณิชย์ จึงเคยมีข้อท้วงติงในประเด็นนี้ออกมา การส่งเสริมจีเอ็มโอ จะไม่เป็นผลดีในทุกมิติ ส่งผลต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ สินค้าเกษตร และเกษตรอินทรีย์ ที่ไม่อาจประเมินได้

ทั้งหมดนี้ ฝ่ายที่ยังเป็นกังวลต่อการออกกฎหมายฉบับนี้ มองโดยภาพรวมว่า ร่างกฎหมายนี้ ถูกร่างโดยกลุ่มคนที่สนับสนุนพืช GMO เท่านั้น มีบริษัทใหญ่มาเกี่ยวข้อง และในร่างกฎหมาย ก็ให้อำนาจกับ "หน่วยงาน" ที่แต่งตั้งขึ้นโดยรัฐ ในการทดลองหรือแม้แต่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม โดยไม่มีการกำหนดความผิด หากเกิดความเสียหาย

สุดท้ายจะเห็นด้วยว่า ในร่างกฎหมายนี้ ระบุด้วยว่า จะยกเลิกการปลูกได้ ก็ต่อเมื่อมีข้อพิสูจน์ที่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ฌท่านั้น หมายความว่า ความเสียหายอาจเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งฝ่ายคัดค้านนำ "พิธีสารความปลอดภัยทางชีวภาพ" มาเปรียบเทียบ โดยระบุว่า ร่างกฎหมายนี้ขัดกับหลักในพิธีสาร ที่มีหัวใจเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพว่า "ปลอดภัยไว้ก่อน"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ