ภารกิจกอบกู้พระพุทธศาสนาในศรีลังกา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วัดบุบผาราม หรือวัดพระอุบาลี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบแคนดี้ เป็นวัดที่พระอุบาลีและคณะสมณฑูตจากกรุงศรีอยุธยามาทำการบรรพชาให้ภิกษุชาวศรีลังกา ในสมัยพระเจ้าบรมโกศ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “นิกายสยามวงศ์”

พระอุบาลีเถระ เป็นพระธรรมทูตในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่ง กรุงศรีอยุธยา ทีเดินทางไปยังประเทศศรีลังกาตามคำร้องของฝ่ายศรีลังกาในการเป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทแก่สามเณรชาวสิงหล เพื่อสืบทอดพุทธศาสนาในศรีลังกาขณะนั้น อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ริเริ่มให้มีการจัดเทศกาลแห่พระเขี้ยวแก้ว (เอสาละ เปราเหรา) ในเมืองกัณฏี ซึ่งเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงและถือเป็นสัญลักษณ์ของศรีลังกา

ท่านเป็นที่จดจำในเรื่องความกล้าหาญที่ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังศรีลังกา และได้มรณภาพที่นั่นนับเป็นพระธรรมทูตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย พระอุบาลีมหาเถระ เมื่อแรกได้พานักอยู่ที่วัดธรรมาราม ซึ่งเป็นวัดเล็ก ๆ มีอาณาเขตทิศเหนืออยู่ติดกับวัดท่าการ้อง ทิศใต้อยู่ติดกับวัดกษัตราธิราช ทิศตะวันออกอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกอยู่ติดกับถนนบางบาล ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระอุบาลีมรณภาพด้วยโรคหูอักเสบ ภายในกุฏิวัดบุปผาราม (มัลวัตตวิหาร) เมื่อปี พ.ศ. 2299 พระเจ้าแผ่นดินศรีลังกาให้จัดพิธีถวายเพลิงศพอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ โดยจัดขึ้นที่สุสานหลวงนามว่าอาดาหะนะมะลุวะ ปัจจุบันคือวัดอัศคิริยะเคดิเควิหาร เมืองกัณฏี ซึ่งปัจจุบันได้ก่ออิฐล้อมสถานที่เผาศพท่านไว้ หลังเสร็จสิ้นพิธีถวายเพลิงศพแล้ว ทรงรับสั่งให้สร้างเจดีย์บนยอดเขาใกล้วัดอัสคีริยะบรรจุอัฏฐิเพื่อสักการบูชาซึ่งมีปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน กุฏิท่านพระอุบาลีและห้องพักของท่านได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีแม้จะเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ มีเพียงเตียงเก่าๆและโต๊ะเก้าอี้อีกหนึ่งชุดเท่านั้น บริขารและสิ่งของที่ท่านเคยใช้สอยที่ยังเหลืออยู่ ชาวศรีลังกาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรเคารพเช่นกันและได้เก็บรักษาไว้จนทุกวันนี้

พุทธศาสนา สไตล์ศรีลังกา

ประเทศศรีลังกามีการนับถือศาสนาที่หลากหลาย แต่ประชากรส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา คือร้อยละ 69.3 รองลงมาคือศาสนาฮินดู ร้อยละ 15.5 ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 7.6% คริสต์ศาสนา ร้อยละ 7.5 ความสำคัญของพระพุทธศาสนาได้รับรองโดยกฎหมายของรัฐมีอยู่สูงมาก ดังปรากฏในกฎหมายสิงหลโบราณว่า "ผู้ทำลายเจดีย์และต้นโพธิ์ กับผู้ที่ปล้นสะดมทรัพย์ของศาสนามีโทษถึงตาย" กฎหมายนี้ใช้บังคับชาวศรีลังกาทุกระดับชั้น รวมทั้งคนต่างชาติด้วย

-ศรีลังกา เป็นเมืองพุทธอย่างแท้จริง พระพุทธรูปไม่ได้ตั้งอยู่ในวัดแบบเมืองไทย แต่ประดิษฐสถานอยู่ตามท้องถนน ตามสี่แยก

-รัฐบาล จากการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2548 ด้วยนโยบายเด่นที่นอกเหนือไปจากการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ก็คือ การประกาศให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนาในทุกๆรูปแบบ รวมทั้งนำหลักธรรมมาใช้ในการปกครองประเทศ

-ทุกๆวันพระขึ้น 15ค่ำ ท่านประธานาธิบดี พร้อมด้วยภรรยา จะเปิดทำเนียบ นิมนต์พระมาแสดงธรรม และได้เชิญชวนคณะรัฐมนตรี ข้าราชการและครอบครัวมาร่วมฟังธรรมด้วย โดยการฟังธรรมนี้ จะถูกถ่ายทอดไปทางสถานีโทรทัศน์ ให้ประชาชนรับฟังพร้อมกันทั่วประเทศ

-ปัจจุบันศรีลังกา จึงมีอัตราการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงไปถึงร้อยละ40 และอัตราการสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะ ลดลงไปถึงร้อยละ95 นับเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียที่สามารถลดอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ลงได้

-พระที่ศรีลังกา บวชแล้วห้ามสึก คนที่บวชแล้วสึกจะถือว่าล้มเหลวในชีวิต จะไม่มีคนคบ บางคนที่อยากสึกต้องเขียนจดหมายทิ้งไว้ที่วัดแล้วหนีไปเลย ไม่กลับบ้านอีก

-วัดที่ศรีลังกา จะต้องถอดรองเท้าไว้ตั้งแต่ประตูทางเข้า ต้องเดินเท้าเปล่าเข้าไปในวัดเท่านั้น ขณะที่การ เข้าวัดในไทย จะถอดรองเท้าก็ต่อเมื่อเข้าไปภายในพระอุโบสถ

-เวลาถ่ายภาพ ห้ามหันหลังให้องค์พระ แบบเซลฟี่ ถ้าทำจะมีคนเดินมาเตือนทันที

-พิธีตักน้ำ เดินวนรอบต้นโพธิ์

-คนศรีลังกา จะไปวัดกันตลอดทั้งวัน ที่น่าแปลกคือวัยรุ่นหนุ่มสาว ไม่ไปเที่ยวเตร่ตามห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่สวมชุดขาว ต้องถอดรองเท้าในบริเวณวัด

-ไม่มีเช่าวัตถุมงคล

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ