วันนี้ (27 ธ.ค. 58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการแถลงเกี่ยวกับคดีฆ่าและข่มขืนนักท่องเที่ยวเกาะเต่า หลังจากที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้มีคำพิพากษาออกมาแล้วว่าผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ ทั้ง 2 คน มีความผิดจริง และให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง และยืนยันว่าขั้นตอนการสอบสวนทั้งหมดมีความโปร่งใส และขั้นตอนเป็นไปตามหลักสากล
ทั้งนี้หลังศาลจังหวัดเกาะสมุยได้มีคำพิพากษากรณีฆ่าข่มขืน 2 นักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 58 และมีบางกลุ่มออกมาแสดงความเห็นและตั้งคำถามกับการสอบสวนในคดีนี้
โดย พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและทีมแพทย์นิติเวชฯ ร่วมแถลงอธิบายถึงขึ้นตอนในการสืบสวนสอบสวน ตั้งแต่การเก็บพยานหลักฐาน พยานวัตถุ และพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ เพื่อยืนยันว่าขั้นตอนการสอบสวนทั้งหมดเป็นไปตามหลักสากล โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ตลอดทุกขั้นตอนการสอบสวนมีการถ่วงดุลจากอัยการ ตั้งแต่การออกหมายจับ ซึ่งในการสอบสวน พนักงานอัยการได้สั่งให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมถึง 3 ครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมทุกประเด็นที่ยังเคลือบแคลงสงสัย และให้โอกาสผู้ต้องหาในการต่อสู้คดี โดยมีทนายความ 7 คน
สำหรับประเด็นเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าไม่พบดีเอ็นเอของผู้ต้องหาทั้งสองในอาวุธที่ใช้นั้น ทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานชี้แจงว่า จากการตรวจสอบอาวุธพบว่ามีดีเอ็นเอของผู้ตายทั้งสอง และถึงแม้จะไม่พบดีเอ็นเอของผู้ต้องหาในอาวุธก็ตาม เนื่องจากในสภาพแวดล้อมนั้นอาจจะมีการชะล้างจากน้ำทะเล แต่จากการตรวจสอบศพของผู้ตายกลับพบว่ามีดีเอ็นเอของผู้ต้องหาอยู่ด้วย จึงทำให้สามารถสรุปได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังกล่าวอีกว่า สำหรับกระบวนการพิพากษาของศาล จะอิงตามหลักฐานที่ตรวจพบในทางวิทยาศาสตร์ เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่พิสูจน์และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ทั้ง 2 คนจะให้การปฏิเสธในชั้นศาลก็ตาม
ทั้งนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขอความร่วมมือกับประชาชน อย่าหลงเชื่อกระแสข่าวที่ออกมา ตั้งคำถามกับการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ อีกทั้งเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีปัจเจกบุคคล ไม่อยากให้กระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และคำพิพากษาของศาลถือว่าเป็นที่สิ้นสุด