​เครือข่ายชาวสวนยาง จี้รัฐผลักดันราคายาง ก.ก. 60 บาท ภายใน 30 วัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การเคลื่อนไหวของเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ยังคงเป็นอย่างเข้มข้น โดยมีการเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ มีการรวมตัว เพื่อหารือยื่นข้อเสนอต่อรัฐ ขณะที่นายกฯ ไม่พอใจถูกสี่อจี้ถามเรื่องแก้ปัญหาราคายาง ด้าน ชาวสวนยางปรับตัวหารายได้เสริม สู้วิกฤตราคายางตกต่ำ

วันที่ 12 ม.ค. 59 เครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ ได้ร่วมประชุมครั้งใหญ่ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติราคายางพาราตกต่ำ โดยมีข้อเสนอ ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการมาตรการรับซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อชี้นำราคายางในตลาดให้สูงขึ้น พร้อมระบุว่า ภายใน 30 วันราคายางจะต้องแตะ 60 บาท



โดยข้อเสนอในที่ประชุมเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. จังหวัดตรังมีอยู่ 3 เรื่อง คือ ชาวสวนยางเห็นด้วยและสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาราคายางตกต่ำของรัฐบาล เปิดโอกาสให้ชาวสวนยางมีส่วนร่วมให้มากที่สุด โดยมอบหมายให้สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นผู้ประสานงานกับเครือข่าเกษตรกรชาวสวนยางและเครือข่ายสถาบันเกษตรชาวสวนยาง และยืนยันว่า จะให้เวลารัฐบาลในการผลักดันราคายางพาราตามเป้าหมายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 60 บาทภายใน 30 วัน แต่ไม่ใช่การเข้ามาแทรกแซงราคาหรือการใช้เงินประกันราคา แต่รัฐต้องใช้วิธีการผลักดันราคา จากกลไกต่างๆ ได้แก่ กลไกภาครัฐ ที่มีโครงการให้ 8 กระทรวงหลัก จัดซื้อยางพาราจากเกษตรกรโดยตรง 1 แสนตัน กลไกของกฎหมาย กองทุนสวนยาง และกลไกระหว่างประเทศ ที่ในฐานะที่ไทย เป็นผู้นำด้านการปลูกยาง ต้องมีการผลักดันให้ราคาสูงขึ้นให้ได้


ขณะที่ นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ หนึ่งในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวถึง มติคณะรัฐมนตรีวันนี้ ที่จะให้องค์การคลังสินค้า ซื้อยางจากเกษตรกร 1 แสนตัน ต้องรอดูว่าจะให้ราคาเริ่มต้นกี่บาท แต่ยืนยันว่าในราคารับซื้อจะไม่ถึง 60 บาท คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาที่พ่อค้าคนกลาง กดราคายางต่ำกว่าราคาจริง ซึ่งต้นทุนผลิตยางโดยสำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ หักลบค่าภาษี ค่าเสียโอกาศ ทั้งหมด จะมีต้นทุนจริงอยู่ที่ 49 บาท เชื่อว่าราคารับซื้อของรัฐ ไม่น่าจะต่ำกว่า 50 บาท


ส่วนโครงการซื้อขายยาง ตามสัญญาขายยางให้บริษัทไซโนแคม ของจีน 2 แสนตัน ได้รับการยืนยันจากการยางแห่งประเทศไทยแล้วว่า ในส่วนที่เหลือยังไม่ได้จัดส่ง จะเป็นการซื้อจากสถาบันเกษตรโดยตรง ไม่ผ่านเอกชนอย่างแน่นอน


เครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ ระบุว่า ภายใน 30 วันหากราคายังไม่สูงขึ้น ชาวสวนยางอาจจะต้องมีการรวมตัวเคลื่อนไหวใหญ่ต่อไป

ขณะที่ท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ ดุเดือดมากกว่าทุกครั้งเมื่อพูดถึงแนวทางการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยเฉพาะเมื่อถูกถามถึงราคาที่รัฐบาลจะรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร

แม้รัฐบาลจะมีนโยบายรับซื้อยางดิบโดยตรงจากเกษตรกร และจะให้ราคาสูงกว่า 35บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ตลาดรับซื้อ แต่ก็ยังไม่สามารถระบุว่าจะรับซื้อในราคาเท่าใด


ขณะที่การแต่งตั้งบอร์ดคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย ที่ประชุมเลือก พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานคณะกรรมการ พร้อมเลือกผู้ทรงคุณวุฒิอีก 7 คน ส่วนคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนเกษตรกร ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง เพราะภาคเกษตรกรยังอยู่ระหว่างการสรรหาตัวแทน

ส่วนมาตรการที่รัฐบาลจะใช้ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในช่วง3เดือนนี้เน้นการช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพ เช่น มีมติให้นำข้าวคุณภาพดีในสต๊อกมาแจกจ่ายให้ชาวสวนยาง 68 จังหวัด ภายใต้งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท และให้กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ 14 จังหวัดทางภาคใต้ จำหน่ายสินค้าบริโภคราคาถูกกว่าตลาดร้อยละ 20-30 เช่น น้ำมัน ไข่ไก่ พร้อมย้ำว่าจะไม่ออกมาตราการแก้ปัญหาที่ขัดต่อกลไกตลาด

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธกระแสข่าว ควบคุมแกนนำชาวสวนยางที่เคลื่อนไหวในจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปปรับทัศนคติ พร้อมยืนยันกลุ่มเคลื่อนไหวดำเนินการตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ

ขณะที่ชาวสวนยางพารา ที่จ.สุราษฎร์ธานี ที่ประสบกับวิกฤตยางพาราที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ได้มีการเริ่มปรับตัว หันปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ภายในสวนยาง เพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมของรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันเกษตรกรต้องการให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการหาตลาดรองรับผลผลิตที่จะเกิดขึ้น



โด "ผักเหลียง" หรือ "ผักเหมียง" เป็นผักกินใบที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร จนได้รับการขนานนาม เป็นราชินีแห่งผักพื้นบ้าน เกษตรกรชาวสวนยางบอกว่า ผักประจำถิ่นของภาคใต้ชนิดนี้ เติบโตได้ดีในสวนยาง



"ป้าฉลวย" คือหนึ่งในชาวสวนยางที่หันมาปลูกผักเหลียงเป็นอาชีพเสริมกว่า 10 ปี บนเนื้อที่สวนยางไม่ถึง 20 ไร่ ผักเหลียงได้ผลิยอดออกใบทำกำไรให้ป้าฉลวยเดือนละไม่ต่ำกว่า 6000 บาท


สำหรับการเก็บยอดผักเหลียงส่งขาย สามารถสร้างรายตลอดปี เฉลี่ยเดือนละประมาณ 2 ครั้ง เหมาะปลูกควบคู่ไปกับต้นยางพารา เพราะแสงที่ส่องลงมาไม่ถึง ยิ่งทำให้ผักเหลียงเจริญเติบโตได้ดี ส่วนการเพาะพันธุ์ก็ง่าย ไม่ต้องหมั่นใส่ใจรดน้ำดูแล

แม้ว่าการปลูกผักเหลียง จะสามารถเป็นอาชีพเสริมให้กับชาวสวนยางได้ แต่กลับพบว่ามีเกษตรกรเพียงไม่กี่คนที่ปลูกพืชชนิดนี้ เพราะชาวสวนยางส่วนใหญ่ เคยชินกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาทั้งชีวิต จึงจำเป็นต้องให้ความรู้และทำความเข้าใจกับเกษตรกรอย่างทั่วถึง

ไม่เพียงแต่การปลูกพืชเสริมเท่านั้น การเลี้ยงสัตว์ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เจ้าของสวนยางหลายคนสนใจ เพราะสามารถสร้างรายได้ควบคู่ไปกับยางพารา เกษตรกรสวนยางรายย่อยส่วนใหญ่บอกว่า เห็นด้วยกับมาตรการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพเสริมของรัฐบาล แต่ขณะเดียวภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ ควบคู่กับการหาตลาดมารองรับ เพื่อเป็นทางออกที่ยั่งยื่นให้กับเกษตรกร

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ