"ครูอาคม" หรือ นายอาคม สมพามา ครูประจำโรงเรียนสายธรรมะจันทร์ จ.ราชบุรี หนึ่งในตัวอย่างครูน้ำดีที่มุ่งมั่นตั้งใจ ยอมสละเวลาส่วนตัวเพื่อเด็กนักเรียนที่รัก ทุกวันครูอาคมจะตื่นนอนตอนตี 1 เพื่อใช้เวลาในยามค่ำคืนตรวจการบ้านนักเรียน สาเหตุที่ต้องใช้เวลาตรวจการบ้านนาน เพราะมีหน้าที่รับผิดชอบสอนหนังสือถึง 9 ห้อง พอรุ่งสางจึงเดินทางไปถึงโรงเรียนประมาณ 7 โมงเช้า คอยต้อนรับนักเรียนและตรวจสอบความเรียบร้อยภายในโรงเรียน
แต่ละวันหลังเขาแถวเคารพธงชาติและทำหน้าที่ครูที่ปรึกษาเสร็จสิ้น ครูอาคมจะได้รับมอบหมายหน้าที่สอนหนังสือเฉลี่ยประมาณ 6 ชม. ด้วยตารางเวลาและภาระหน้าที่ที่แน่นเอี๊ยด ซึ่งยังไม่นับรวมการจัดเตรียมเอกสารประเมินโรงเรียน หรือหน้าที่รับผิดชอบพิเศษอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย ทำให้ในบางวันแทบจะไม่มีเวลากินข้าว แต่เขาก็ยังมีความสุขที่ได้ประกอบวิชาชีพครู
"เชื่อว่าภาระหน้าที่ครูไทยทั่วประเทศ ไม่ได้แตกต่างจากสิ่งตัวครูต้องรับผิดชอบ ส่วนตัวจึงคิดว่าครูเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของครูไทยทุกคน ในทางปฏิบัติครูพร้อมที่จะพัฒนาศักยภาพ พัฒนาความรู้และรูปแบบการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น แต่ขอให้เวลากับพวกเราเยอะๆ เพื่อที่เราจะได้พัฒนาตนเอง และพัฒนาประสิทธิภาพของเด็ก"
จากผลสำรวจของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) โดยการสอบถามครูสอนดีทั่วประเทศ 319 คน ระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2558 - 5 ม.ค. 2559 พบว่า ในปี 2558 มีวันเปิดเรียน 200 วัน ครูต้องใช้เวลากับกิจกรรมนอกชั้นเรียนที่ไม่ใช่การสอน 65 วัน คิดเป็น 32.5% แม้จะลดลงจากปี 2557 ที่ครูต้องหมดเวลาไปกับกิจกรรมนอกชั้นเรียนถึง 84 วัน เท่ากับว่าในปีที่ผ่านมาครูไทย ได้เวลาคืนสู่ห้องเรียนเพิ่มมากขึ้นอีก 19 วัน เมื่อเทียบกับปี 2557 แต่คณะกรรมการ สสค. ยังคงยืนยันว่า หากกระทรวงศึกษาธิการต้องการเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน จะต้องดำเนินมาตรการคืนครูสู่ห้องเรียนอย่างจริงจัง โดยควรลดระยะเวลากิจกรรมนอกชั้นเรียน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนของครูให้เหลือเพียง 20 วัน
ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะกรรมการ สสค. ยืนยันว่า การคืนครูสู่ห้องเรียนสามารถช่วยให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นได้จริง เพราะความสำคัญของการเรียนการสอน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาภายในชั่วโมงเรียนเพียงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการเตรียมการสอน การตรวจการบ้าน การทำกิจกรรม หรือแม้กระทั่งการตามดูแลนักเรียนกลุ่มที่มีปัญหาด้วย ดังนั้น การลดภาระอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือมีประโยชน์ต่อเด็กลง จะช่วยทำให้ครูมีเวลาให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนได้มากขึ้น
ปัจจุบันปัญหาที่เบียดบังเวลาสอนของครูมากที่สุด คือ 1.ระบบประเมินโรงเรียนที่เน้นประเมินเพื่อเอาตัวเลข สำหรับเป็นผลงานของหน่วยงานเท่านั้น ไม่ได้มีผลประโยชน์เชื่อมโยงมาสู่ตัวเด็กนักเรียนแต่อย่างใด 2.การส่งนักเรียนเข้าแข่งขันทั้งในระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับพื้นที่ เพื่อให้โรงเรียนได้มีผลงาน แต่ประโยชน์ตกอยู่กับเด็กเพียงกลุ่มเดียว 3.การฝึกอบรมครูโดยขาดการบริหารเวลาที่เหมาะสม และ 4.การประชุมที่ส่วนใหญ่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ กิจกรรมทุกข้อข้างต้นล่วนดึงเวลาครูออกนอกห้องเรียนทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อให้ครูได้มีเวลามุ่งมั่นกับการเรียนการสอนมากขึ้น ผู้บริหารต้องพิจารณาปรับลดภาระเหล่านี้ให้น้อยลง เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดตกอยู่ที่ตัวเด็กนักเรียน
Content : สุริยัน ปัญญาไว
Producer/Editing: บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง
PPTV Photo : สมศักดิ์ เนตรทอง