จากเหตุการณ์ ก่อการร้าย ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียวานนี้ (14 ม.ค.59) ผศ.พรรณชฎา ศริรวรรณบุศย์ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์ว่าสาเหตุที่กลุ่มก่อการร้าย ไอซิส เลือกโจมตีกรุงจาการ์ตา เป็นเพราะว่ากลุ่มไอซิสมีแผนที่จะขยายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งประเทศเป้าหมายมีทั้งประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเมียนมาร์ จึงไม่ตกใจมากนักกับเหตุการณ์วินาศกรรมกลางกรุงจาการ์ตาวานนี้
อย่างไรก็ดี เหตุวินาศกรรมกลางกรุงจาการ์ตาครั้งนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจคือ จุดที่ผู้ก่อการร้ายเลือกลงมือ คือเขตธามรินนั้น มองว่า เป็นจุดศูนย์กลางทางธุรกิจ และเป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีหลายคน เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ คล้ายกับย่านราชประสงค์ ที่มีชาวต่างชาติอยู่เยอะ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในการโจมตี และที่สำคัญในเขตธามรินไม่ได้มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนามากนัก เพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว เหมือนเขตใกล้เคียงอย่างซูเดอร์มาน และมีความเป็นไปได้ที่ผู้ร่วมก่อเหตุ อาจจะมีคนในชาติอินโดนีเซียร่วมด้วย
นอกจากนี้ยังมองว่าปัจจัยเสริมที่กลุ่มก่อการร้ายเลือกประเทศอินโดนีเซียเป็นเป้าหมายนั้น เป็นเพราะอินโดนีเซียมีฐานการสนับสนุนอยู่แล้ว และยังมีกลุ่มก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนกลุ่มเจมาห์ อิสลามิเยาะห์ (เจไอ) ซึ่งก่อนหน้าการเกิดเหตุไม่กี่วัน ผู้นำกลุ่มเจไอ "นายอาบู บาการ์ บาเชียร์" ขึ้นศาลฎีกา ซึ่งอาจเป็นอีกสาเหตุหลักที่อาจทำให้กลุ่มเจไอเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสก่อเหตุในครั้งนี้ได้
สำหรับประเทศไทยนั้น ผศ.พรรณชฎา ได้ให้ความเห็นว่า ยังเป็นไปได้ยากเนื่องจากกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้มีฐานความคิดต่างจากกลุ่มเจไอ ในอินโดนีเซีย ที่แสดงตนสนับสนุนกลุ่มไอซิสอย่างชัดเจน ซึ่งกลุ่มก่อร้ายในภาคใต้ยังไม่ได้แสดงตนในการสนับสนุนกลุ่มไอซิสชัดเจนมากนัก แต่ทางการไทยก็ควรเตรียมเฝ้าระวัง
นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรรณชฎา ยังวิเคราะห์สถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายประเทศในช่วงนี้ว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกัน และเป็นการส่งสัญญาณว่าในอนาคตการก่อเหตุรุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น