หลังจากที่หารือร่วมกับแกนนำชาวสวนยางภาคเหนือและภาคอีสาน เกี่ยวกับนโยบายการรับซื้อยางของรัฐบาล นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯร่วมกับองค์การคลังสินค้า หรือ อคส. เตรียมจัดจุดรับซื้อน้ำยางพารา 1 แสนตัน จากเกษตรกรรายย่อยโดยตรง ในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 2 พันแห่ง ภาคเหนือ และ อีสานจำนวน 1 พันแห่ง ในเงื่อนไขรายละไม่เกิน 150 กิโลกรัม ซึ่งจะเริ่มรับซื้อได้ในวันที่ 25 ม.ค.นี้
ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้นอกเหนือจากยางพาราแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ยังออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 15 มาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ขณะที่คณะกรรมการบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย ระบุว่า ยอมรับราคารับซื้อยางที่รัฐบาลกำหนดให้ยางแผ่นดิบชั้น 3 ที่ราคา 45 บาท แต่ หากเศรษฐกิจดีขึ้นก็อยากให้ภาครัฐบาลเพิ่มสัดส่วนการรับซื้อยางพาราเพื่อใช้ในประเทศ เป็นร้อยละ 40 จากปัจจุบันอยู่ร้อยละ 14 ของปริมาณการผลิตรวมทั้งปี
ส่วนปริมาณยางพาราภาคเหนือและภาคอีสานรวมขณะนี้มีอยู่ประมาณร้อยละ 80 ที่สามารถจำหน่ายให้รัฐบาลได้ จึงเสนอให้รัฐบาลเปิดรับซื้อยางในภาคเหนือและภาคอีสานก่อนวันที่ 25 มกราคม เพราะสภาพอากาศจะส่งผลต่อการกรีดยางที่สามารถกรีดยางและน่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดเพียงในช่วงวันที่ 15 ก.พ.นี้เท่านั้น
โดยในวันนี้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รัฐมนตรีว่าการกระเกษตรและสหกรณ์ ยังได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานรวม 8 ของกระทรวง เพื่อหารือถึงแนวทางการเพิ่มปริมาณการใช้ประโยชน์ และ ความต้องการการใช้ยางพาราในประเทศ คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า
ขณะที่ชาวสวนยางพาราหลายพื้นที่ภาคใต้ ชะลอการขายยางแผ่น เพราะหวังว่า ราคาในตลาดอาจปรับสูงขึ้น จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล ด้านนายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ประธานสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดสงขลา เห็นว่า ราคารับซื้อยางพาราแผ่นดิบชั้น 3 ที่กิโลกรัมละ 45 บาท ของรัฐบาล ยังต่ำกว่าต้นทุนของเกษตรกร ซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 64 บาท จึงเสนอให้ตั้งคณะทำงาน เพื่อตรวจสอบสต็อกก่อนเปิดการรับซื้อ ซึ่งจะทำให้ชาวสวนยางพาราได้ประโยชน์มากที่สุด