หลังเกิดคำถามจากหลายฝ่าย ถึงกรณีรถหรูที่อยู่ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่อยู่ในบัญชีการตรวจสอบกรณีรถหรูจดประะกอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ทำให้วันนี้ทางวัดได้เชิญเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าตรวจสอบ ซึ่งพบว่า ปัจจุบันรถหรูคันนี้ ได้นำแผ่นป้ายทะเบียน และจอดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล
รถยนต์หรู ยี่ห้อเมอเซเดซ เบนซ์ เป็นรถที่อยู่ในบัญชีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอยู่ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช จะต้องมีการตรวจสอบถึงที่มา ว่าเป็นรถจดประกอบหรือไม่
โดยเบื้องต้นพบว่า รถคันนี้เคยจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก หมายเลขทะเบียน ขม99 แต่ปัจจุบัน ได้ยกเลิกและถอดป้ายทะเบียนออกแล้ว และจอดให้แสดงร่วมกับรถหรูอีก 2 คัน แต่คนละรุ่น ที่ทางวัดให้ข้อมูลว่า เป็นรถที่มีญาติโยมนำมาถวายให้กับสมเด็จช่วง
โดยในวันนี้ 19 ม.ค. 59 พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ โฆษกดีเอสไอ เดินทางตรวจสอบ โดยบอกว่า รถยังอยู่ในสภาพดี มีเพียงการถอดแผ่นป้ายทะเบียนออก แต่ในส่วนของเครื่องยนต์ยังคงอยู่ สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบ จะต้องดูกระบวนการนำเข้ารถ ในส่วนของเอกสารการนำเข้ารถ และในส่วนของการครอบครอง จากหน่วยงานราชการ ทั้งกรมศุลกากรเรื่องการนำเข้า กรมสรรพสามิต เรื่องภาษี และกรมการขนส่งทางบกเรื่องจดประกอบ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้อง อย่างสมบูรณ์ เบื้องต้นทางวัดได้ นำเอกสาร การจดทะเบียนรถให้กับทางดีเอสไอ
โดยทางวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ยืนยันว่า รถคันนี้ได้รับการบริจาคมาจากญาติโยม มาบริจาค แต่ไม่ทราบถึงรายละเอียดการนำเข้า ยินดีให้ทางดีเอสไอตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ขณะที่การเข้ามาตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้น จากกรณีที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ยื่นเรื่องให้ ดีเอสไอ เร่งตรวจสอบ รถหรู วัดปากน้ำ ให้ได้บทสรุป ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำชื่อ สมเด็จช่วง ขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 โดยในวันนี้นายไพบูลย์ ได้เข้ายื่นหนังสืออีกครั้งกับทาง สำงานงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถึงกระบวนการ เลือก ชื่อเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
ส่วนรถยนต์ หรูอีก 2 คัน ที่จอดแสดงในบริเวณเดียวกันนี้ เป็นรถที่ญาติโยมนำมาถวายวัด ซึ่งจัดแสดงให้ประชาชนเข้าศึกษา รวมกับของโบราณชิ้นอื่นๆสำหรับขั้นตอนการตรวจสอบของดีเอสไอหลังจากนี้ จะต้องดูที่เอกสารการนำเข้าเป็นสำคัญ ซึ่งทางวัดเองก็ยินดีให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่