ล่าสุดผู้ประกอบการเรือสตาร์ครูชส์จากประเทศมาเลเซีย ได้ทำหนังสือถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขออนุญาตใช้ยานท่องเที่ยวดำน้ำ "ซี-เอ็กโพเรอส์" พานักท่องเที่ยวดำดิ่งชมความงามใต้ท้องทะเลไทยฝั่งอันดามัน บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล เป็นต้น โดยผู้ประกอบการระบุว่ายานดำน้ำดังกล่าว เคลื่อนตัวโดยใช้ไอพ่นและไม่มีใบพัด จึงไม่สร้างความเสียหายต่อแนวปะการัง และได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า กรมการอุตสาหกรรมทหาร กรมยุทธการ และกองทัพเรือภาคที่ 3 แล้วนั้น
นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการท่องเที่ยว บริษัท ซี ทัวร์ จำกัด เจ้าของเรือสตาร์ครูชส์ ประเทศมาเลเซีย ได้ทำหนังสือขออนุญาตดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวใต้ท้องทะเล ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ และอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล โดยใช้ยานท่องเที่ยวดำน้ำ "ซี-เอ็กโพเรอส์" บรรทุกผู้โดยสารรอบละ 3 คน รวมคนขับ เที่ยวชมปะการังและความงามใต้ผืนน้ำ ความลึก 100 เมตร
จากการพิจารณาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยนายธัญญา เนติธรรมกุล รักษาราชาการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และผู้เกี่ยวข้องด้านอื่นๆ รวมถึงตน เห็นว่ากิจกรรมท่องเที่ยวในลักษณะดังกล่าว แม้จะไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล แต่เนื่องจากเกิดกำลังเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัย รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางทะเล จึงได้ทำหนังสือตอบกลับ ลงวันที่ 30 ธ.ค. 2558 ไม่อนุมัติให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวนี้
นายศรายุทธ อธิบายเพิ่มเติมว่า เรือสตาร์ครูชส์หนึ่งลำสามารถบรรทุกนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 1000 คน ดังนั้น หากอนุญาตให้ประกอบกิจกรรมท่องเที่ยว โดยยานดำน้ำซี-เอ็กโพเรอส์ ซึ่งสามารถบรรทุกนักท่องเที่ยวได้เพียงครั้งละ 2 คน ยานดำน้ำจะต้องขนนักท่องเที่ยวหลายร้อยเที่ยว ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นยากต่อการควบคุมดูแล ด้วยข้อจำกัดด้านบุคลากรและเครื่องมืออุปกรณ์