ล้มโต๊ะเจรจา หาดราไวย์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เป็นข่าวใหญ่มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับปรากฎการณ์ “เทหินทับคน” ซึ่งมาจากข้อพิพาทที่ดินที่หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างกลุ่มชาวเล กับบริษัทเอกชน และเพียงหนึ่งสัปดาห์ ก็นำมาสู่เวทีแก้ปัญหาข้อพิพาทในวันนี้ ซึ่งแม้จะเชิญทุกฝ่ายมาพร้อมหน้ากัน ภายใต้การแถลงข่าว ที่ดูเหมือนจะได้ข้อสรุป แท้จริงแล้ว “ล้มเหลว” เพราะข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่เป็นที่ยอมรับจากฝ่ายตรงข้าม

 

ข้อเสนอแรกของการเจรจาในวันนี้ มาจากตัวแทนบริษัทเอกชน บารอน เวิลด์เทรด ที่เสนอพื้นที่ในวงกลมสีแดง จำนวน 2 งาน ซึ่งอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ ให้เป็นทางเดินสาธารณะที่ชาวเลสามารถใช้ถนนได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ชาวเล ต้องย้ายสถานที่สำคัญ 2 แห่งออกจากจุดเดิม คือ ที่จอดเรือ ซึ่งอยู่ในกรอบสีเหลือง และที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ที่เรียกว่า บาไลย์ ข้อเสนอเช่นนี้ แน่นอนว่า ไม่ได้รับเสียงตอบรับจากชาวเล

พื้นที่สีแดงตามภาพคือจุดที่ชาวเล ยืนยันว่า เป็นถนนสาธารณะมาจากในอดีต เพื่อไปยังที่จอดเรือ และ บาไลย์ สถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ นี่คือถนนที่ชาวเลขอเดินผ่านให้ได้ แต่ผลจากการเจรจาในวันนี้ ชาวเล ได้เพียงทางเดินกว้าง 3 เมตร หน้าหาดที่มีเขื่อนกันคลื่น ซึ่งพวกเขาบอกว่า พวกเขาใช้ทางเดินนี้ได้มาก่อนแล้ว และทางเดินนี้ ไม่สามารถใช้ได้ในฤดูมรสุม เพราะจะถูกน้ำทะเลหนุนสูง เมื่อพิจารณาจากข้อเสนอแบบนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่า วงเจรจาในวันนี้ เป็นการไกล่เกลี่ย ไม่ใช่หาข้อเท็จจริงเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ทางเดินในกรอบ 3 เมตร คือตความสำเร็จเดียว ที่จับต้องได้จากการเจรจาวันนี้ กราฟฟิคนี้ แสดงให้เห็น ทางเดินไปบาไลย์ ที่ชาวเลต้องการ จะอยู่ชั้นบนสุด เข้าไปในที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ของเอกชน ส่วนที่ซึ่งจังหวัดจัดให้ โดยส่งเจ้าหน้าที่ลงมารังวัดเมื่อเช้านี้ คือ ที่ดินในกรอบ 3 เมตร โดยจะออกหนังสือแสดงว่าเป็นพื้นที่ของรัฐ ไม่ใช่ของเอกชน แต่ชาวเลบอกว่า ที่ดินนี้จะถูกน้ำทะเลท่วมในหน้ามรสุม อันตรายในการเดินไปที่เรือ หรือที่บาไลย์ หลังจากนี้ จังหวัดภูเก็ตจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อหารือกับชาวเล ให้ชี้จุดที่น้ำท่วมถึงและหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป ส่วนปัญหาที่จอดเรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้แจงว่า หน้าหาดเป็นพื้นที่สาธารณะ ชาวเลมีสิทธิ์จอดเรือได้ตามปกติ

เพื่อความเข้าใจ เราจะกลับมาดู “จุดยืน” ของแต่ละฝ่ายกันอีกที จึงจะเห็นภาพชัดว่า การหารือวันนี้ ยังไม่มีข้อยุติใดๆ มีเพียงข้อเสนอที่ดูเหมือนประนีปะนอม แต่แท้จริงแล้ว ก็ไม่เป็นไปตามความต้องการของแต่ละฝ่าย ถ้าดู “ชาวเล” จะเห็นว่า เป้าหมายหลัก คือพวกเขาต้องการมีทางเดินไปที่ “บาไลย์” และที่จอดเรือเท่านั้น แต่ก็พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ ฝ่ายเอกชน มาวันนี้ ด้วยข้อเสนอ บริจาคที่ดิน 2 งาน จุดที่เกิดเหตุ “เทหิน” ให้ชาวเล แต่ก็มีข้อแม้ว่า ชาวเล ต้องย้าย บาไลย์ ไปที่ตำแหน่งอื่น เมื่อชาวเล ไม่ยินยอม จังหวัดภูเก็ตและกรมที่ดิน จึงเสนอให้เปลี่ยนพื้นที่ 2 งาน ไปอยู่ที่บาไลย์แทน แต่ข้อเสนอนี้ เอกชนเองก็ไม่รับเช่นกัน เพราะต้องการคลียร์พื้นที่บริเวณนี้ ดังนั้นเราจะเห็นว่า ในการเจรจา จังหวัดทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยอย่างชัดเจน ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และประธานคณะกรรมการแก้ปัญหา อย่าง พล.อ.สุรินทร์ กลับมีแนวทางที่จะอ้างพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ว่าใครอยู่มาก่อน และจะดำเนินการ “เพิกถอน” เอกสารสิทธิ์ที่มิชอบต่อไป

 

ส่วนที่พิพาทอีกหนึ่งแปลง บริเวณที่อยู่อาศัย ซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ของเอกชนรายอื่น วันนี้กลุ่มที่ถือครองโฉนดที่ดินแปลงที่อยู่อาศัยของชาวเล นำโดย นายวีระชัย ตันติวัฒนวัลลภ อดีตหัวหน้าสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดภูเก็ต เดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อแสดงเจตนา พร้อมจะหาข้อยุติในแปลงนั้น ด้วยการขายที่ดินคืนให้รัฐ โดยนำหลักฐานว่า นายทัน มุกดี บรรพบุรุษของภรรยาตน ซื้อที่ดินมาจากนายพันล้อม วงศ์จันทร์ เจ้าของคนแรก ซึ่งถือเอกสารสิทธิ์ สค.1 พร้อมยืนยันว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฏหมาย แต่เมื่อเกิดปัญหาข้อพิพาท ได้หารือร่วมกับเจ้าของรายอื่น เพื่อเสนอขายที่ดินแปลงที่ชาวเลอาศัยอยู่ในปัจจุบันจำนวน 19 ไร่ ให้กับจังหวัดเพื่อนำไปจัดระเบียบ ส่วนราคาซื้อขายให้ทางจังหวัดกำหนดได้เลย เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดข้อพิพาทแบบนี้ต่อไป ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุว่าพร้อมซื้อที่ดินหากรัฐสนับสนุนเงินงบประมาณ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ