เนื่องจากแนวโน้มการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส อาจทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะทาง
ปัจจุบันสถานการณ์แพร่ระบาดเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น ล่าสุดศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี ระบุว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิการายแรก ที่ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ กับผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเวเนซุเอลา รายงานดังกล่าวได้สร้างความกังวลว่าเชื้อไวรัสซิกา อาจแพร่ระบาดได้ในทุกๆพื้นที่ แม้แต่ในประเทศที่ไม่มียุงลายที่เป็นพาหะนำโรค
ก่อนหน้านี้ นิวยอร์กไทม์ส เคยรายงานเกี่ยวกับการติดไวรัส ของนักชีววิทยาสหรัฐฯ ที่นำเชื้อไวรัสมาติดภรรยาของเขา หลังกลับจากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย ในเซเนกัล เมื่อปี 2008
ทั้งนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้โรคไข้ซิกา เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เนื่องจากคาดว่าไวรัสอาจเกี่ยวข้องกับการระบาด ของอาการ (microcephaly) หรือทารกแรกเกิดมีศีรษะขนาดเล็กผิดปกติ พร้อมทั้งเตือนว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้มีโอกาสแพร่กระจายไปถึงทวีปแอฟริกาและเอเชีย
ขณะที่ วานนี้ (2 ก.พ. 59) ซีดีซี ได้ออกประกาศเตือนประชนในประเทศ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง 28 ประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ทั้งประเทศในลาตินอเมริกา และแถบแคริบเบียน พร้อมกับเพิ่มการประกาศเตือนการแพร่ระบาด ในอีก 4 ประเทศ ได้แก่ คอสตาริกา คูราโซ นิคารากัว และอเมริกันซามัว ซึ่งเป็นหมู่เกาะของสหรัฐ อยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก
โดยเน้นย้ำหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด เนื่องจากพบว่าเด็กทารกแรกเกิดที่มีขนาดศีรษะเล็กผิดปกติหลายพันคนในบราซิล มีความเกี่ยวข้องกับการที่แม่ของทารกติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย หลังมีการยืนยันพบผู้ป่วยโรคไข้ซิกา เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับการเฝ้าระวังและควบคุมโรค โดยการออกประกาศให้โรคซิกา เป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2523 หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงฯ ทราบทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเต็ม ในการดำเนินการป้องกันควบคุมโรค
ท่ามกลางความกังวลใจของประชาชน กรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ระบาดของโรค แต่ละปีมีผู้ป่วยเฉลี่ยปีละ 5 คน โรคนี้ส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายได้เอง อาการโรคไม่รุนแรง ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต มีปัญหาเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้ทุเลาลงได้เองภายในเวลา 2-7 วัน
ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า ไข้ซิกา (Zika Fever) เกิดจากไวรัสซิกา (Zika Virus-ZIKV) เป็นไวรัสที่อยู่ในตระกูลเฟลวิไวรัส มีลักษณะคล้ายคลึงกับ ไวรัสไข้เหลือง ไวรัสเดงกี และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เชื้อจะอยู่ในระยะฟักตัว 4-7 วัน หลังจากนั้นจึงแสดงอาการ
ระหว่างที่ยังไม่มียารักษาโรคนี้โดยตรง ผู้เชี่ยวชาญชี้ตรงกันว่าหนทางที่ดีที่สุด ในการป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคนี้ คือการกำจัดยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่คน แต่ในทางปฏิบัติถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้ยุงลายเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และมีอายุยืนยาวมากขึ้นกว่าในอดีต !!!
อ่านเพิ่มเติม "วิกฤติสาธารณสุขโลก ไวรัสซิกาแพร่ระบาด"
สธ. ออกประกาศ “โรคซิกา” เป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ