ที่เมืองไถหนัน ทางภาคใต้ของไต้หวัน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ยังติดอยู่ภายใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมาในหลายจุด หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรง 6.4 เมื่อช่วงเวลาประมาณ 4.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
โดยขณะนี้ทางการไต้หวันรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ราย ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 400 คน และมีผู้สูญหายอีก 26 คน โดยจุดที่เกิดเหตุซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ อพาร์ทเมนทท์ เหว่ยกวน ที่มีความสูง 17 ชั้น และมีผู้พักอาศัยอยู่ 256 คน
ประธานาธิบดี หม่า อิง จิ่ว กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกในขณะนี้คือการค้นหาผู้รอดชีวิตและสร้างศูนยพักพิงชั่วคราวให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งยืนยันว่าไต้หวันมีบุคลากรด้านการกู้ภัยเพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ในขณะนี้
ขณะที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ส่งกำลังทหารเข้าไปช่วยสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ส่วน นาย วิลเลียม เล่ย นายกเทศมนตรี เมืองไถหนัน ได้สั่งตั้งหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมทั้งขอความช่วยเหลือจากเมืองอื่นๆ ให้ส่งทีมกู้ภัยเข้ามาช่วยสนับสนุนภารกิจในพื้นที่เกิดเหตุ
ด้านนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีนแผ่นดินใหญ่ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจต่อไต้หวัน ขณะที่สำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ระบุว่า พร้อมที่จะให้ควาช่วยเหลือไต้หวันหากได้รับการร้องขอ
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 40 วินาที ขณะกำลังนอนหลับ โดยแรงสั่นสะเทือนทำให้ทั่วทั้งอาคารสั่นไหวเป็นอย่างมาก จนต้องหาที่ยึดเกาะเอาไว้ ขณะที่แรงสั่นสะเทือนยังสามารถรับรู้ได้ถึงกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน ที่อยู่ห่างจากเมืองไถ่หนานประมาณ 300 กิโลเมตร
สำหรับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว สำนักพยากรณ์อากาศกลางไต้หวันระบุว่าอยู่ที่ระหว่างฉีชาน และ รอยเลื่อนซู่เจิน พร้อมทั้งคาดว่าอาจจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาดความรุนแรง 5.0 ตามมา
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทย โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ยืนยันในเบื้องต้นว่า ยังไม่พบคนไทยเสียชีวิต หรือ บาดเจ็บ จากเหตุดังกล่าว โดยจะประสานงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ดูแลอย่างเต็มที่
ขณะที่สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน ได้ขอความร่วมมือจากแรงงานไทย ช่วยสื่อสารกัน เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ว่ามีผู้บาดเจ็บ หรือต้องการความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ มีไทยทำงานในไต้หวันทั้งหมด 65,785 คน และอยู่ในเมืองไถหนัน ศูนย์กลางของแผ่นดินไหว อยู่ทางภาคใต้ของไต้หวัน ห่างจากกรุงไทเป 317 กม. จำนวน 5,080 คน