ทว่าไม่เพียงแค่อาชีพ "เกษตรกร" เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง "คนเลี้ยงวัว" ก็ประสบจากภาวะภัยแล้งปัญหาไม่แพ้กัน เนื่องจากพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาหารของวัวนั้นจากเดิมเมื่อเทียบกับหน้าแล้งปีก่อนๆ ก็ยังพอมีหญ้าสดให้วัวได้กิน แต่ในปีนี้ความแห้งแล้งคืบคลานมาเร็วและต่อเนื่องจากปีก่อน ทำให้พื้นที่ที่มี "หญ้าสด"นั้นลดน้อยลง และอยู่ห่างไกลจากจากพื้นที่หากินเดิมค่อนข้างมาก
"..มันไม่ใช่ภัยแล้งเหมือนปีก่อนๆนะ ที่เห็นว่าวัวลงมากินหญ้า เมื่อก่อนพื้นที่เป็นน้ำหมด แต่ตอนนี้ที่เราเดินกลายเป็นไร่นาที่คนมาปลูกพืชหมดแล้ว"
"ช่ำ บุญประเสริฐ" วัย 69 ปี ที่ประกอบอาชีพ คนเลี้ยงวัว อยู่ในพื้นที่เขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เล่าให้ทีมนิวมีเดีย PPTV ว่า ในแต่ละวันต้องเดินไกลมากขึ้น จากที่ปกติริมน้ำตรงนี้ก็มีหญ้าสดพอให้กินได้บ้าง แต่ปีนี้ต้องพาวัวที่เลี้ยงกว่า 30 ตัว ต้องพากันเดินไปไกลกว่าปกติ ในช่วงตอนเช้า พอบ่ายๆ จะค่อยๆ พาวัวกลับมาที่ริมน้ำ ที่ยังพอมีทางลงไปกินน้ำได้บ้างเพราะหากไปไกลมากจะมืดเสียก่อน
ระหว่างทางก็ต้องเหนื่อยในการไล่วัว เพราะระหว่างทางที่ไปกินหญ้าและไปกินน้ำนั้นจะผ่านสวนอ้อยที่มีการมาปลูกริมน้ำหลังจากน้ำแห้งลงไป ลุงก็ต้องคอยไล่ไม่ให้วัวไปกินพืชสวนของชาวบ้านที่มาปลูกใกล้แหล่งน้ำมากขึ้น เพราะถ้าไปกินของเขาก็เสียตังค์เพิ่มอีก
"อิ่มบ้างไม่อิ่มบ้าง ก็อยู่กันไปวันๆ ถ้าหากไม่มีหญ้าสด ลุงก็จะลงทุนไปซื้อหญ้าแห้งมา ซื้อมาทีหนึ่งก็หลายตังค์ แต่ก็ต้องซื้อเพราะมันไม่อิ่ม และอาหารมันน้อยลง ก็เป็นปัญหาต่อเนื่อง ที่นี่ก็แล้งมา 2-3 ปีแล้ว ฝนก็ไม่ตกตามเวลา ธรรมดาน้ำในเขื่อนจะสูงไปถึงคอกวัวที่เลี้ยงเลย แต่มาช่วงหลังน้ำก็มีเท่านี้ เลยมาใช้ที่เลี้ยงวัว ทำการเกษตรกันหมด"
"ลุงช่ำ" บอกว่า หากวัวไม่อิ่ม จะแสดงอาการคือ ไม่ยอมเข้าคอก แต่ถ้าอิ่มเขาก็จะเข้าคอกเอง ตอนนี้บางตัวมีผอมจนเห็นซี่โครงก็มี ทำให้ขายไม่ได้ราคา ในช่วงเดือน ก.พ.-เม.ษ. ก็จะไม่ค่อยมีหญ้า มีเหี่ยวๆ บ้าง แห้งๆบ้าง ถ้าไม่ได้ไถปลูกอ้อย ก็ยังพอได้กิน เราทำเลี้ยงวัวอย่างเดียว เลี้ยงมา 10 กว่าปีแล้ว แต่แถวจะนิยมปลูกมันกับ อ้อย ปีก่อนๆ ก็ไม่แล้งเท่านี้ ถ้าเดือนเดียวกันของปีก่อนๆ ยังพอเขียวบ้าง แต่นี่ฝนทิ้งช่วง และก็ได้แต่ปรับตัวตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า
ไม่ต่างจาก "ลุงพัน" ที่ประกอบอาชีพคนเลี้ยงวัวอยู่บริเวณเขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี เช่นกัน มีวัวที่เลี้ยงมีประมาณเกือบ 100 ตัว บอกว่า ทุกวันก็จะพาเดินไปกินหญ้าแห้งตามไร่อ้อยที่เขาไถแล้ว ที่พอจะมีหญ้าแห้งพอให้วัวได้ จะพามากินหญ้าแถวนี้ เพราะฝูงใหญ่เดินไกลไม่ได้ แต่ก็จะต้อนไปต้อนมา บางทีไม่มีอะไรให้กินก็ต้องสับกันไป ตรงนี้เมื่อก่อนปลูกมัน ข้าวโพด อ้อย แต่มันแล้งจัด เลยเปลี่ยนมาปลูก มีนี้มันก็แล้ง แล้งมาสองปี ปีนี้เขาว่าจะแล้งหนัก เราจะเดินไม่ไกล แต่จะช่วยซื้อฟางมาให้ ปกติจะกินหญ้าแถวๆนี้ ถ้ามีฝนหญ้าแตกใหม่ ก็ดี เราก็ต้องคอยระวังไม่ให้ไปกินอ้อยเขา
ขณะที่ทีมนิวมีเดีย PPTV ได้สอบถามปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณบุรี ถึงปัญหานี้ก็ได้รับข้อมูลว่า ตอนนี้ปัญหาการ "เลี้ยงวัวไล่ทุ่ง" หรือ การเลี้ยงวัวแบบปล่อยที่พาวัวไปปล่อยในที่ว่างตามพื้นที่สวน หรือนาที่ว่างแล้วนั้น ก็ได้รับผลกระทบในการหาแหล่งน้ำ หาแหล่งอาหารเช่นกัน สภาวะอากาศทำให้แหล่งอาหารของวัวไล่ทุ่งเหล่านี้ลดน้อยลงไป แต่บางครั้งก็มีปัญหาในการให้วัวเดินไปตามที่นา เพราะจะไปเหยียบคันนา ของบางราย ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พวกเขาต้องเจอ สำหรับความช่วยเหลือนั้น ทางปศุสัตว์จังหวัดปทุมธานี ได้มีการทยอยให้ความช่วยเหลือ ผู้ที่เลี้ยงวัวไล่ทุ่ง ด้วยการช่วยเหลือหญ้าแห้ง 5 ตัน โดยจะช่วยในพื้นที่ที่ได้รับความเร่งด่วนก่อน ซึ่งการจะขายวัวให้พ่อค้าที่มารับซื้อได้นั้นส่วนใหญ่จะอายุประมาณ 1 ปีเศษ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกันของคนเลี้ยงวัวและพ่อค้า เพื่อที่จะนำไปขุนต่อ ขึ้นอยู่กับความพอใจของพ่อค้าว่าอยากได้วัวลักษณะไหนด้วย ซึ่งภัยแล้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาก็กระทบต่อการเลี้ยงวัวไล่ทุ่งของชาวบ้านที่นี่เป็นอย่างมาก
วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของชาวบ้านที่เลี้ยงวัว หลายๆคนที่นี่ ไม่ต่างกันมากนัก ไม่สามารถขายวัวได้ตามเวลาเนื่องจากวัวผอมและซูบลงอย่างเห็นได้ชัด ชีวิตประจำวันของพวกเขาในช่วงหน้าแล้งที่ปีนี้แล้งหนักมากขึ้น คือการต้อนวัวออกไปหากินในพื้นที่ที่ไกลขึ้น เพียงหวังว่าพื้นที่ที่จะเดินทางไปนั้น จะมีหญ้าสดตามธรรมชาติ ให้วัวของพวกเขาได้กินบ้าง แต่หญ้าสดตามธรรมชาติก็หายากมากขึ้น เพราะไม่มีน้ำฝน ทำให้หญ้าแห้งตายเป็นจำนวนมาก และเหลืออีกหลายเดือน กว่าที่สายฝนจะโปรยปรายลงมาอีกครั้ง...
PPTV Content : พัฐอร พิจารณ์โสภณ
PPTV Producer/Editing: บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง
PPTV Photo : สมศักดิ์ เนตรทอง