วันนี้ (8 ก.พ. 2559) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.) แถลงข่าวกรณีอาคารเหตุไฟไหม้ ซ.นราธิวาสราชนครินทร์ 18 ว่า หลังการเข้าตรวจสอบพบว่าอาคารแห่งนี้สูง 9 ชั้น สร้างเสร็จเมื่อปี 2535 พื้นภายในตกแต่งด้วยปาเก้ ผนังและพื้นเพดานตกแต่งด้วยไม้สัก ซึ่งสารที่ใช้เคลือบไม้สักอาจมีส่วนในการติดไฟง่าย
ทั้งนี้ คาดว่าต้นเพลิงอาจอยู่บริเวณชั้น 3 แล้วลุกลามไปชั้น 4-9 อย่างรวดเร็วผ่านช่องบันได เพราะเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่ โดยได้ประเมินความเสียหายทางโครงสร้างอาคารทางวิศวกรรมตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป พบมีความเสียหายที่ต้องได้รับการตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไข
ด้าน รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วสท. ระบุว่าอาคารนี้เป็นอาคารเก่า ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายควบคุมอาคาร และยังไม่มีการเข้มงวดในเรื่องการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย เมื่อเข้าไปตรวจสอบได้พบว่าไม่มีระบบดับเพลิง ไม่สปริงเกอร์ ไม่มีบันไดหนีไฟ และถังดับเพลิง ซึ่งก็ไม่ผิดกฎหมาย เพราะขณะนั้นกฎหมายด้านอาคารยังไม่ครอบคลุมในเรื่องนี้
โดยจากการตรวจสอบโครงสร้างพบว่ายังมีความแข็งแรงอยู่ เพราะเคยผ่านการซ่อมแซมมาแล้ว 2-3 ครั้ง ส่วนบริเวณชั้น 7 ได้รับความเสียหายมากที่สุด ไม่สามารถซ่อมแซมได้ เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าของบ้าน และมีพื้นที่ส่วนครัวทำให้ก่อเกิดประกายไฟได้ง่ายกว่าจุดอื่น โดยขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งขนย้ายซากปรักหักพังออกจากอาคารทั้งหมด โดยจะใช้เวลาตรวจสอบ 2-3 วัน เพื่อเก็บข้อมูลและชิ้นส่วนนำไปวิเคราะห์เพื่อดำเนินการซ่อมแซมต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ วสท. อยู่ระหว่างจัดตั้งคณะทำงานจากหลายภาคส่วน เพื่อจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัยสำหรับอาคาร 9 ประเภท ได้แก่ อาคารโรงแรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า โรงงาน สำนักงาน ที่พักอาศัย ตลาดเก่าและชุมเก่าหรือตลาดอนุรักษ์สถานศึกษา และสถานบริการ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้
ทั้งนี้ ระหว่างดำเนินการขอฝากถึงเจ้าของอาคารสูง ที่มีการก่อสร้างมานานและไม่มีระบบป้องกันอัคคีภัย ขอให้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ควรดำเนินการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย ทั้งระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย การติดตั้งถังดับเพลิงแบบมือถือ การติดป้ายบอกชั้นและทางหนี ไฟ ระบบจ่ายพลังงานสำรอง รวมถึงบันไดหนีไฟ