“เรื่องความรักไม่มีใครเก่งกว่าใคร” หลากหลายมุมมองความรัก กับ “ดีเจพี่อ้อย” ผู้รับฟัง เรื่องราวคนช้ำรัก !!!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อใครหลายคนประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับ “ความรัก” แต่ละคนมีวิธีจัดการกับปัญหาที่พบเจอไม่เหมือนกัน หลายคนเลือกจะทำใจเงียบๆ ใช้เวลาเยียวยาทุกสิ่ง บางคนปรึกษาคนรอบตัว คนรอบข้าง เพื่อบรรเทาทุกข์ แต่อีกหลายคน “ไม่รู้จะหันหาไปพึ่งใคร” จนมองว่า “โซเชียลเน็ตเวิร์ค” เป็นที่พึ่งพิงให้กับพวกเขาได้

..ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ชื่อของบุคคลหนึ่ง จะผุดขึ้นมาในใจของคนคนที่ช้ำรัก คนที่มีปัญหาทางความรักมักจะนึกถึงราวกับเป็นพี่สาว เป็นเพื่อนสนิทรู้จักกันมานาน และพร้อมจะปรึกษาได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่ใครที่ไหน  “ดีเจพี่อ้อย” นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ชื่อนี้กลายเป็นที่คุ้นหู ในเรื่องความรัก ผ่านคลับฟรายเดย์มากว่า 11 ปีแล้ว และทุกๆวันมักจะมีคำถามส่งไปให้ดีเจพี่อ้อยช่วยดึงพวกเขาออกจากปัญหาที่ประสบอยู่ได้  

 

“..เรื่องเศร้าแค่เล่าก็เบาลง...” อีกหนึ่งวลีของดีเจพี่อ้อย แห่งคลับฟรายเดย์ เอ่ยขึ้นมา เมื่อบทสนทนาของเราเริ่มด้วยเรื่องราวของคนที่มักจะเล่าเรื่องราวความรักให้ฟัง ว่าการเล่าหรือระบายตามโลกออนไลน์ จะสามารถเยียวยาพวกเขาได้จริงหรือไม่ !?!?


ประโยคที่ว่า..เรื่องเศร้าแค่เล่าก็เบาลง ได้มาจากเรื่องที่โทรมาเล่า บางเรื่องแม้ไม่ได้โทรมาเล่าออกอากาศ แต่ส่งมาเป็นอีเมล เขาจะได้ทบทวนกับปัญหาที่เกิดขึ้น พอเขาพิมพ์ๆไป ก็เหมือนว่าเขาได้คุยกับตัวเองอีกรอบหนึ่ง พอเขาพิมพ์จนถึงบรรทัดสุดท้าย ก็ได้คำตอบและมองย้อนไปว่า “ก็ไม่เห็นว่าเขารักเราตรงไหนเลย”  สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงเพราะอยากจะมี "คนรับฟัง" ปัญหาของพวกเขา

 

 


ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน เรามีอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ข้างตัว  มีเบอร์ที่เมมเอาไว้เป็นพันๆเบอร์ แต่พอเรามีปัญหา เราไม่รู้จะโทรหาใคร เพราะโทรหาคนนั้น คนนั้นเขาก็มีปัญหาชีวิต และสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคนี้คือ ไม่รู้จะให้ใครฟังเรื่องของเราดี บางทีเราแค่อยากได้คนที่รับฟังปัญหาของเรา และไม่คิดว่าปัญหาของเราไร้สาระ แต่ทางออกหรือปัญหาของทางออกนั้นเชื่อว่ามีอยู่ในใจกันอยู่แล้ว


เมื่อไม่มี "คนรับฟัง" สิ่งเดียวที่พวกเขานึกออกได้คือ “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ที่แห่งนี้ก็กลายเป็นที่ทางแห่งการโพสต์ เป็นเวทีแห่งการเล่าเรื่องของคนเหล่านั้น แค่มีคนมากดไลค์ มีคนมาคอมเม้นว่าเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเลย เรารู้สึกดีขึ้นนะ

 

 

ดีเจพี่อ้อย สะท้อนเรื่องราวมีการนำมาปรึกษาว่า  การที่เราได้เล่าให้ใครสักคนฟัง ไม่ว่าจะเล่าทางโซเชียล เล่าให้คลับฟรายเดย์ฟัง ไปโพสไว้ในพันทิป มันคือการหาคนๆหนึ่งรับฟัง สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเรา เวลาที่คนเรามีปัญหา คุณค่าของตัวเองมักหายไป แต่เมื่อไหร่ก็ตามทีที่มีคนรับฟัง คุณค่าของตัวเองมันกลับมา และพอคุณค่าของตัวเองมันกลับมา ความรู้สึกข้างในมันก็ดีขึ้น แม้ว่าปัญหาเหล่านั้นจะยังไม่ได้รับการแก้เลยด้วยซ้ำ

 

การที่เขาได้เล่า การที่เขาได้พูด อย่างน้อยที่สุด เขาได้ทบทวนปัญหาเหล่านี้อีกครั้ง คำว่าบรรเทาความเจ็บปวด พี่ว่ามันบรรเทาได้แน่ๆ หลายครั้งที่มีคนถามว่า ทำอย่างไร ถึงสามารถที่จะลืมเขาได้ มันลืมไม่ได้หรอก แต่อีกหน่อยน้องแก่กว่านี้ กินข้าวหรือยัง น้องอาจจะลืมไปแล้วแล้วก็ได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันยังจำฝังใจ มันยังแน่นอยู่ในความรู้สึก ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะว่าเราจะได้ไม่พาตัวเองไปเจ็บในเรื่องซ้ำๆอีก และเมื่อเล่าไปแล้ว ถึงแม้ว่าปัญหาจะไม่ได้ถูกแก้ แต่ปัญหามันเบากว่าเดิมลงไปหน่อยแล้ว..”

 

 

 

 

แต่ก็ยังยืนยันเสมอว่า หลายคำถามมันหาคำตอบไม่ได้แล้ว และหาทางแก้ก็ไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือทำยังไงให้เรารอดจากเงื่อนไขชีวิต ที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ ถ้าถามว่าเขาทำตามที่พี่บอกไหม พี่ตอบไม่ได้ เพราะว่าในที่สุดแล้วเขามีสิทธิโดยชอบธรรม ในการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง แต่เขาเลือกที่จะโทรมา เพียงเพราะอยากได้คนฟัง

“...หลายครั้งคนที่โทรมาปรึกษาปัญหาเรื่องความรัก ไม่ได้อยาก “คำตอบ” เขาอยากได้ “คำปลอบ”  เฉยๆ ก็มี

ถึงวันนี้เราต้องยอมรับว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ใช่สื่อส่วนตัว บางทีที่ได้รับคำตอบกลับมามันก็อาจไม่ใช่ "คำปลอบ" เสมอไป เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามทีที่เราโพสลงไป อะไรก็ตามทีที่เราตั้งใจจะบอกคนจำนวนมากๆ จำเป็นต้องยอมรับทุกผลการตอบรับ  ไม่ว่าจะมีคนที่เห็นด้วย คนที่เห็นใจ มีคนที่หมั่นไส้ มีคนที่ด่า เพราะฉะนั้นต้องมั่นใจตัวเองมากพอนะว่า สิ่งที่ตอบรับกลับมา มันอาจจะแรงกว่าที่เราคิดก็ได้ เราต้องรับมันให้ได้ สังคมไทยเป็นสังคมที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์เยอะ หลายคนแสดงความเห็นแม้จะยังไม่ได้เห็นก็ตาม 

 

“....พี่มองว่าปัญหาความรักนั้น ทุกคนตอบปัญหาความรักได้หมด ถ้าไม่ใช่เรื่องของเรา..” 

เคยมีคำถามว่า "ถ้าวันหนึ่ง พี่อ้อยอกหัก บ้านแตก พี่จะรู้สึกแย่ไหม ทั้งที่ปกติที่ได้เป็นที่ปรึกษาให้คนอื่น" พี่ตอบได้ว่า ไม่นะ เพราะคนเป็นหมอวันหนึ่งยังตายเลย คนเป็นหมอรักษาคนอื่น ไม่ได้แปลว่าคนเป็นหมอจะอยู่ค้ำฟ้า เราเป็นไปตามกฎกติกาของธรรมชาติ หากอนาคตพี่จะมีปัญหาความรักเหมือนที่พี่ให้คำปรึกษา พี่ก็จะได้บอกกับตัวเองว่า นี่ไงพี่หนีกฎของธรรมชาติไม่พ้น พี่ยังเป็นคนที่รักได้ เจ็บได้ ร้องไห้ได้ แค่รู้สึกว่า เวลาที่เราเรียกสติใครๆแล้วพี่พูดไป ก็ยังได้ยินเสียงตัวเอง เพราะฉะนั้น เมื่อบอกคนอื่นว่า เจ็บได้นะ แต่ต้องตั้งเวลา ให้ตัวเองสามารถลุกขึ้นยืนแล้วเดินต่อไปเท่านั้นเอง

 

 

ในมุมมองความรักของผู้หญิงคนนี้ ยังเชื่อว่า ความรักเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะฉะนั้นคำว่ารักมันอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออกของมนุษย์ ความรักเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ในการหายใจของมนุษย์ เราเลือกงานที่เรารัก เวลาเราทำงานที่เรารักมักจะไม่เหนื่อย เช่นเดียวกัน เพราะรักแล้วเต็มที่ได้ เช่นเดียวกัน เมื่อเรามีคนรัก เราจะสู้สุดหัวใจเพื่อคนนี้ เราจะดูแลพ่อแม่ให้ดีที่สุด เพราะเขาคือคนที่เป็นหัวใจของเรา โตมามีครอบครัว มีสามี มีลูก นั่นคือหัวใจของเรา เราจะทำและดูแลคนที่เรารักอย่างดีที่สุด พี่เลยรู้สึกว่าคำว่ารักมันสำคัญ

ทว่ามุมมองความรักของคนยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เน้นเร็ว รอไม่ได้ จนทำให้ความสัมพันธ์เปราะบาง !!!


ยุคนี้เราใช้เวลามาเป็นเงื่อนไขในชีวิตน้อย เพราะเรามีอุปกรณ์การสื่อสารที่มันรวดเร็วว่องไว เราเลยเสพติดความรวดเร็ว จะสังเกตว่าคนยุคใหม่ๆ จะรออะไรไม่ค่อยไหว เป็นคนที่รออะไรนานๆจะเริ่มวีน จะเริ่มโมโหแล้ว ว่าทำไมต้องช้าขนาดนี้ แล้วมันก็กระจายไปถึงความสัมพันธ์

“เราใช้เวลาในการดูใจกันน้อย มันก็เลยต้องเสียเวลาในการทำใจนานกว่า เพราะเราไม่ใช้คำว่าเวลามาเป็นองค์ประกอบในชีวิต ทำให้ความรักก็เริ่มเร็ว และจบไว สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นกับยุคใหม่ๆ ยุคที่การสื่อสารมันคล่องตัวไปหมด จนเรากลัวการไม่สื่อสาร ส่งไลน์ไปแค่เขาไม่อ่าน ปัญหาเกิดแล้ว ว่าทำไมไม่อ่าน เจ็บกว่านั้นคือ อ่านแล้วไม่ตอบ ปัญหาเริ่มเกิดมากขึ้น แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนส่งจดหมายทีรอกันชาติหนึ่ง เมื่อไหร่จะมาถึง ระยะเวลาที่มันมาเป็นเงื่อนไขในความสัมพันธ์ มันจะเกิดการไตร่ตรองมากขึ้น มันจะเกิดการที่ชีวิตค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ ดูว่ารักจริงเปล่า นี่คือคนในยุคนี้ " 

11 ปีสำหรับคลับฟรายเดย์เรื่องยอดฮิตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาปัญหา “รักคนมีเจ้าของ” กลายเป็นปัญหายอดฮิต และสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ บางครั้งก็มีการวิเคราะห์ว่า ยุคนี้สมัยนี้ การที่เราทำอะไรผิดพร้อมๆกัน เราก็จะบอกมันว่าหรือว่ามันไม่ผิด ทำให้ระยะหลังๆ ปัญหาท็อปฮิตจะเป็นของ “ปัญหารักคนมีเจ้าของ” หรืออาจจะมีบางคนที่ถือสาคนมีเจ้าของน้อยลงมาก บางคนยังไม่เชคเลยว่า คนที่มาจีบนั้นมีแฟนหรือเปล่า หรือคำถามอีกประเภทหนึ่งในยุคที่เราไม่ได้มีแค่ชายจริงหญิงแท้แล้ว แน่นอนว่า ความรักเกิดขึ้นกับใครก็ได้ เราจะมีคำถาม ระหว่าง ชายกับชาย และ หญิงกับหญิง เพิ่มมากขึ้น 

 

 

สำหรับในเทศกาลวันวาเลนไทน์ ดีเจพี่อ้อย มองว่า ทุกเทศกาลจะมีความคาดหวังว่าจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ หากเป็นวันปกติ "คนโสด" มีความสุขลัลลามาก แต่พอโสดในวันวาเลนไทน์ มันจะเหมือนมีเข็มจิ้มจึกๆ อยู่ที่ใจนิดๆ ว่าวันนี้เขามีคู่ ซึ่งในที่สุดแล้วพอเราคาดหวังเยอะๆมันก็เจ็บปวด

“แต่พี่ว่าคนที่เจ็บปวดในวันวาเลนไทน์คือคนที่มีแฟน แต่แฟนไม่ได้ให้ความสำคัญกับความนี้ เท่าที่เราให้ความสำคัญ คนนั้นจะเจ็บปวดทรมาน วาเลนไทน์เป็นวันๆหนึ่งที่บอกว่า ความรักสำคัญต่อเราขนาดไหน แต่ไม่ได้บอกว่า คนที่ไม่ได้ทำอะไรในวันแห่งความรัก เป็นคนที่ไม่รักเรา บางคนแฟนน่ารักมา 360 กว่าวัน แต่วันวาเลนไทน์ติดงาน น้องจะบอกว่า เค้าเป็นคนที่ไม่ใส่ใจหนู ก็ไม่ใช่ พี่ว่าวันสำคัญที่มีตัวสีแดงๆ ในปฏิทินไม่กี่วัน เรามีวันธรรมดาเยอะกว่าด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถทำวันธรรมดาเหล่านั้น ให้กลายเป็นวันพิเศษ เราจะมีวันพิเศษมากกว่าวันอื่น”

 

 


วันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรัก และไม่ได้เน้นหนักว่าเป็นวันแห่งความรักแฟนอย่างเดียว วันแห่งความรัก อาจเป็นวันที่เราตั้งใจไปเลี้ยงเด็กกำพร้า ให้ความรักกับใครก็ได้ หรือวันนี้จะตัดผมใหม่ จะไปนวดหน้า นี่คือรักในตัวเอง หรือความรักในครอบครัว ไม่ได้พาพ่อแม่ไปกินข้าวนานแล้ว หรือแม้กระทั่งความรักแบบแฟนก็ได้ แต่อย่าไปถึงขั้นยึดมั่นถือมั่นว่า หากแฟนไม่ทำอะไรในวันวาไลนไทน์ แปลว่าความรักฉันวอดวายแล้วละ มันเป็นแค่วันหนึ่งวันที่มี 24 ชั่วโมง ถ้าหากวันวาเลนไทน์เป็นวันที่ต่างคนต่างไม่ว่าง วันต่อไปที่ไม่ใช่วันวาเลนไทน์ อาจเป็นวันที่เรารู้สึกพิเศษต่อกัน ให้สิ่งดีๆแก่กันและกันก็ได้”

พี่เคยอ่านเจอว่า “ผู้หญิงอยากได้ดอกไม้มากที่สุด ในวันที่ไม่ใช่ใครๆเขาก็ให้กัน มันไม่ใช่แค่สั่งๆไปเถอะ ให้ดอกไม้ไปเถอะ เขาก็ดีใจแล้ว แต่ถ้าบางวันเป็นวันที่เขาอยากขอบคุณเราด้วยดอกไม้ 1 ช่อ แม้ว่าวันนั้นไม่ได้เป็นวันสำคัญอะไรเลย พี่ว่ามันเป็นดอกไม้ที่ซึ้งใจมากกว่าอีก ถ้าให้ความสำคัญจนกระทั่งเราไม่มีความสุข พี่รู้สึกว่าอันนั้นเยอะไป เพราะมันก็เป็นวันดีๆ วันหนึ่ง เพียงแต่วันดีๆ ควรจะเป็นวันที่ทำให้เรารู้สึกดีๆ ไม่ใช่คาดหวังกับมันจนทำให้วันดีๆ กลายเป็นวันที่เราเสียใจที่สุดอันนั้นก็ไม่โอเค


ในเทศกาลนี้ "คนโสด" อาจจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากในวันวาเลนไทน์ แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ คนโสดไม่ใช่คนที่แปลว่ารักใครไม่เป็น แค่ตอนนี้ยังไม่มีใครน่ารักมากพอที่ทำให้น้องจะสละความสุขซึ่งความโสด และอย่ามองว่าความโสดเป็นบทลงโทษของฟ้า พี่ว่ายุคนี้เป็นโสดไม่เอาใครก็เยอะ ฟังมาเยอะ เห็นมาเยอะ ไม่เป็นไร  นานๆมาทีขอให้ดี ดีกว่ามาแบบถี่ๆ แล้วไม่จริงใจ ตอนนี้โสดของน้อง สุขกับทุกข์ขึ้นอยู่กับเราทั้งหมด ใช้ความสุขจากความโสดให้เต็มที่ เดี๋ยวก็มีคนมาขอแบ่งความสุขใกล้ๆ

 

 

 

สำหรับ "คนที่มีความรัก" พี่รู้สึกว่ารักเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนที่สุดในโลก พี่รู้สึกมาอย่างหนึ่งคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีแฟน และเราเชื่อว่ารักเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เราจะดูแลกันเต็มที่ในวันนี้ และเมื่อน้องดูแลอย่างเต็มที่ในแต่ละวัน ก็จะทำให้เรามีวันดีๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดีกว่าเราไปเชื่อว่า รักนิรันดร์ น้องก็จะดูแลเขาเป็นของตาย  แต่ถ้าเรารู้สึกว่า เขาอาจจะอยู่กับเราแค่วันนี้วันเดียวนะ มันจะทำให้เราไม่สูญเสียเวลาๆดีๆ ของกันและกันเลย แม้แต่วินาทีเดียว 

 

 

"คนเรามีเวลาอยู่ด้วยกันแค่ช่วงเดียว สุดแท้แต่จะหมดอายุขัย หรือหมดอายุรัก วันหนึ่งรักกันแทบตาย หมดอายุขัย โรคภัยไข้เจ็บพรากเขาจากไป หรือพรากเราจากไป แต่บางคนร่างกายแข็งแรงดีแต่หมดอายุรัก ช่วงเวลาเดียวที่พี่อ้อยว่านี้ ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ยังย้ำว่า ถ้าวันนี้มีเวลาดีๆ ก็ถือมันไว้ในมือ ต่อให้อนาคตจะไม่ดีเหมือนวันนี้ อย่างน้อยมองย้อนกลับมา เรายังมีความทรงจำดีๆ ของกันและกันอยู่"
 

"ชีวิต"กับ "ความรัก" เหมือนกันคือไม่มีใครรู้วันหมดอายุ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ และมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นทุกวินาทีจริงๆ ....วันนี้เราต่างใช้เวลาให้เต็มที่ในวันนี้ที่ยังเป็นของเรา


สุดท้ายนี้ "ผู้รับฟังปัญหาความรัก" รายนี้ ก็ยังยืนยันว่าไม่ใช่ "กูรูความรัก" อย่างใครที่หลายคนยกให้เธอเป็น เธอแค่เพียงหาวิธีคิดจากคนที่โทรเข้ามาปรึกษาเรา เราไม่ได้แก้ปัญหา เพราะส่วนใหญ่มันแก้ไม่ทันแล้วแต่เราช่วยให้วิธีคิดให้คนที่ประสบปัญหาสามารถที่จะมีความสุขภายใต้เงื่อนไขที่เรามีและเชื่อว่า  


 "เรื่องความรักไม่มีใครเก่งกว่าใคร มีแต่ใครที่ตั้งสติให้ได้ก่อนกันมากกว่า.."  



Content : พัฐอร พิจารณ์โสภณ
Producer/Editing: บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง
Photo : สมศักดิ์ เนตรทอง 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ