จับตาปัญหา “นักบินขาดแคลน” วิกฤตธุรกิจการบิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังจากนักบินของสายการบินนกแอร์รวมตัวหยุดงานกะทันหัน ส่งผลกระทบกับผู้โดยสารกว่า 1,500 คน ที่ใช้บริการ 9 เที่ยวบิน กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดวันนี้หนึ่งในนักบินที่หยุดบินได้ออกมาชี้แจงแล้ว โดยระบุว่าเหตุผลที่หยุดบินนั้น ไม่ได้มาจากปัญหาเรื่องมาตรฐานการบินตามที่สายการบินได้ออกมาแถลงตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่เกิดขึ้นเพราะปัญหาภายในองค์กร และอีกหนึ่งเรืองคือการขาดแคลนนักบิน หลังจากก่อนหน้านี้ มีนักบิน ได้ลาออกไปจำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ไม่สามารถมีการผลิตนักบินขึ้นมาทดแทนได้ทัน

 

จากข้อมูลของสมาคมนักบินไทย ระบุว่า ในประเทศไทยมีนักบินพาณิชย์กว่า 4 พันคน หากฟังดูแล้วเหมือนจะมีปริมาณที่มาก แต่ด้วยปริมาณสายการบินที่เพิ่มมากขึ้น เส้นทางการบินที่หลากหลายและครอบคลุมการบินมากขึ้น ยิ่งทำให้ “นักบิน” เป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น แต่การผลิตนักบินแต่ละคนนั้นต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และฝึกฝนเป็นเวลานาน เลยอาจทำให้ไม่ทันกับธุรกิจสายการบินที่มีมากยิ่งขึ้น  

 


กัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย บอกกับทีมนิวมีเดีย PPTV ว่า ตอนนี้ถือว่าภาวะนักบินนั้นต้องใช้คำว่า "ขาดแคลน" ซึ่ง ปัจจัยมาจากสายการบินที่มีเพิ่มปริมาณมากขึ้น และคนที่จะขึ้นมาเป็นกัปตันได้นั้นต้องใช้นาน แต่ปัจจุบันปริมาณสายการบิน เส้นทางบินมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนักบินมีไม่พอกับความต้องการของธุรกิจการบิน จึงทำให้เกิดปัญหาคนขาดตามมา โดยธุรกิจสายการบินในปัจจุบันเลือกใช้การดึงคน หรือรับสมัครนักบิน จากสายการบินที่มีนักบินเยอะแทน

"ที่ง่ายกว่านั้น คือไปรับสมัครมาจากสายการบินอื่นๆ เรียกว่า ดึงกันไปดึงกันมา ก็เลยทำให้นักบินขาด และไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา ซึ่งตอนนี้นักบินพาณิชย์ที่มีชั่วโมงบินขาดแคลน จากที่จะสร้างเพิ่มหรือพัฒนาคนให้เพียงพอต่อความต้องการ" 


กัปตันสนอง สะท้อนปัญหาให้ฟังว่า เมื่อปริมาณคนมันไม่เยอะตามสายการบิน คนมันก็เลยขาด  ถ้าจะแก้ปัญหาระยะยาวในเรื่องนี้ ตนมองว่า อาชีพนักบินคนก็อยากเป็นทั้งนั้น แต่ว่าใช้เงินทุนในการเรียนเยอะ ก็ต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐ ถ้าเราจะไปเรียนบินเองมันก็ยากเหมือนกัน การสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น สมัยก่อนในภาครัฐ มีการสนับสนุนคนเป็นนักบิน มีค่าสนับสนุนค่าน้ำมัน นักบินก็บินได้ จบมาก็เป็นนักบิน ถ้าใครหมดภารกิจด้านการบินในกองทัพก็ลาออกมาเป็นนักบินพาณิชย์ ตอนนี้บุคคลเหล่านั้นเรียกว่าเหลือน้อยเต็มที จึงอยากให้มีการสนับสนุนเยาวชนที่มีความพร้อม หรือส่งทุนให้นักบิน น่าจะเป็นวิธีแก้ไขระยะยาวมากกว่า 

 


ขณะที่ ชั่วโมงการทำงานของนักบินก่อนจะขึ้นบินนั้น จะถูกกำหนดด้วยระเบียบ ของกรมการบินพลเรือนเป็นผู้ออก ทุกสายการบินจะจัดให้นักบินทำงานให้สอดคล้องกับระเบียบดังกล่าวเพราะเป็นกฎหมาย  ตามหลักทั่วไปคนจะทำงานได้วันละประมาณ 10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ได้ทำ  หนักหรือเบา ช่วงเวลาที่ทำงานก็มีส่วนสำคัญ ก่อนจะมีการออกกฎระเบียบออกมาเป็นตาราง ให้แก่นักบิน ว่า เที่ยวบินที่ต้องไปบินไปบินเวลาไหน ถ้าหากเวลาไปออกดึกมาก ก็ทำให้ช่วงเวลาการทำงานน้อยลง เพราะนักบินจะมีความอ่อนล้า หากทำงานในเวลากลางคืน หากมีจำนวนเที่ยวมากก็ทำให้ชั่วโมงการทำงานน้อยลง นักบินมีความเหนื่อยยากในการนำเครื่องขึ้น-ลง จำนวนเที่ยวมาก หมายถึงว่าเขาต้องขึ้นลงสนามบ่อย ก็ทำให้ชั่วโมงการทำงานลดลง  

 

โดยหลักทั่วไปแต่ละคนบินได้ประมาณ 10 ชั่วโมงแล้วแต่ตารางกำหนด ต้องมาดูว่าเขาบินกี่เที่ยว และเวลารวมเขาได้กี่ชั่วโมง แต่ถ้าบินเที่ยวเดียวอาจจะบินได้นานถึง 13 ชั่วโมง


สำหรับการสแตนบายของนักบิน นายกสมาคมนักบินไทย บอกว่า  ไม่มีกฎตายตัวว่าสายการบินจะต้องมีนักบินสแตนบายกี่คน เพราะแต่ละสายการบินนั้นมีเครื่องบิน นักบิน ไม่เท่ากัน ซึ่งแต่ละสายการบินต้องบริหารจัดการเอาเอง แต่หากสายการบินไหนไม่มี ก็ย่อมมีความเสี่ยง และหากมีนักบินป่วย  ปรากกฎว่าเครื่องบินไม่สามารถก็ออกไม่ได้ สายการบินก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องของ ผู้โดยสาร ชื่อเสียงของสายการบินที่ต้องมารับผิดชอบ ซึ่งการป่วยของนักบินก็อาจจะเกิดขึ้นได้ นั่นหมายความว่า ทุกสายการบินควรมีคนไว้สแตนบาย เพื่อป้องกันเรื่องดังกล่าว เผื่อเหตุฉุกเฉิน
 

"ผมว่าไม่มีใครกล้าเสี่ยงที่ไม่มีนักบินสแตนบาย แต่ถ้าเอาคนมาสแตนบายหมด ก็จะไม่มีเวลาพัก ปัญหาเหล่านี้จะมีปัญหาของสายการบินที่มีนักบินคนพอดีๆ ไม่สามารถจัดคนสแตนบายได้หรอก เพราะวันหยุดก็ต้องให้เขาพัก ให้เขามาสแตนบายก็ไม่ได้พัก เราก็ต้องไปดูขนาดของสายการบิน แต่ถ้าไม่มีคนสแตนบายก็มีความเสี่ยง"
 

ถ้าคนสแตนบายถ้าถูกเรียกมีสิทธิปฏิเสธเหมือนกัน ถ้าเขามีความไม่พร้อม แต่ก็ต้องไปดูกฎของแต่ละสายการบินว่าหากป่วยขณะที่มีเวรสแตนบาย จะมีบทลงโทษหรือไม่ ซึ่งก็ปกติทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม ในการที่จะเป็นนักบินสำรอง หรือนักบินสแตนบาย   


ตามกฎการบินภายใน 1 ปี  นักบิน 1 คน จะห้ามบินเกินคนละ 1000 ชั่วโมง ซึ่งเฉลี่ยจะบินได้คนละ 83 ชั่วโมงต่อเดือน และห้ามบินติดต่อกัน 35 ชั่วโมงภายใน 7 วัน  แต่ธุรกิจสายการบินจะขึ้นอยู่กับช่วงท่องเที่ยวในแต่ละช่วง ถ้ามีช่วงท่องเที่ยวก็มีการเพิ่มจำนวนของผู้โดยสารก็จะมาก ก็จะมีการทำการบินมากหน่อย แต่ถ้าเป็นช่วงโลว์ซีซั่นก็บินน้อยหน่อย แต่สุดท้ายรวมกันไม่เกิน 1 ปี ก็จะบินรวมกันไม่เกิน 1000 ชั่วโมง 
 

ส่วนนักบินที่ต้องมาบริหารด้วยนั้น เป็นเรื่องของแต่ละสายการบินที่ต้องมีการจัดการ แต่เมื่อเขามีการจ้างนักบินมาด้วยราคาที่แพง เขาก็ต้องใช้งานให้คุ้ม ต้องมีการจัดตารางบิน ให้ทำงานให้ครบชั่วโมง ซึ่งในสายการบิน  “นกแอร์” จะมีการแบ่งการบริหารยังไง ตนไม่ทราบ แต่ในมุมมองเราอยากได้นักบินที่มีความพร้อมในการบิน แต่สัดส่วนผู้บริหารที่เป็นนักบิน ก็ต้องมีอยู่ในสายการบิน เพราะความรู้บางอย่างก็ก็ต้องการนักบินต้องการนักบินที่เป็นผู้บริหารด้านการบิน แต่ละสายการบินต้องจัดสรรส่วนของตัวเอง แต่ก็ต้องมีการจัดให้เขาพัก ไม่ใช่ใช้เวลาเขาทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน


"เมื่อทำงานออฟฟิศก็จะมีการเหนื่อยล้า แต่ปัญหาก็คือไม่สามารถจัดคนที่ทำงานในออฟฟิศไปบินได้ เลยอาจจะเสียกำลังพลตรงนี้ไป ส่วนรายละเอียดต้องดูแต่ละสายการบินว่ามีนักบินบริหารมากน้อยแค่ไหน  และนักบินต้องมีวันพัก คงไม่มีใครที่บินเสร็จประชุม แล้วบินเสร็จแล้วเขาออฟฟิศใหม่ แล้วกลับไปบินใหม่ การทำงานเหล่านี้ต้องมีเกณฑ์ ซึ่งไม่มีใครที่จะทำงานได้ตลอดทุกวัน เป็นวันเป็นเดือน ก็ต้องมีการจัดสรรให้ดี" 

 

 

ขณะที่การแก้ปัญหาของ "นักบิน" ที่เผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ นายกสมาคมนักบินไทย มองว่า ควรจะมีการแก้ไขปัญหาในระยะยาวในเรื่องนี้ เนื่องจากตอนนี้ปัญหาที่เจอคือ นักบินไม่สามารถที่จะพูดกับบริษัทหรือ ต้นสังกัดได้ วิธีการที่เขาทำไม่ได้เป็นมาตรฐานสากล อย่างประเทศที่เขามีตัวแทนนักบิน เมื่อมีปัญหาในบริษัทเขาก็จะมีตัวแทนพูดคุยกับฝ่ายบริหาร มีขั้นตอน และมีการแจ้งว่า นักบินจะหยุดทำการบิน ผู้โดยสารก็จะทราบล่วงหน้า ในเมืองนอกเขามีระบบมีรูปแบบที่เป็นสากล ก็จะไม่มีปัญหาว่า  สังคมจะมาว่า นักบินลางานโดยที่ไม่ถูกระเบียบ เราก็ต้องมีให้เป็นมาตรฐาน
 

"ถ้ามีสภานักบิน ในบ้านเราก็น่าจะตัวกลางได้ ทุกคนก็ต้องผ่านการคัดกรอง จรรยาบรรณ เรื่องความปลอดภัย ในปัจจุบันก็พยายามที่จะให้นักบินตื่นตัวในการร่วมตั้งสภาร่วมกัน เพราะทำคนเดียวไม่ได้ ให้เหมือนแพทยสภา หรือวิศวกรรมสถาน เราจะได้สร้างมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานการทำสัญญาว่าจ้างให้ความเป็นธรรม และก็อยากจะให้รัฐสนับสนุน เพราะคนมีความสามารถอาจจะไม่มีทุน คนมีทุนอาจจะไม่มีความสามารถ เราก็อยากจะให้มีการพูดคุยกัน ถึงแม้เราจะมีสายการบินกี่สาย เราจะได้มาคุยในภาพใหญ่ รวมถึงการฝึกนักบิน ฝึกช่าง ที่จะมาช่วยเหลือกัน"  กัปตันสนอง ทิ้งท้าย 

 



ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ  แต่กลับกลายโจทย์ครั้งใหญ่และบทเรียนสำคัญ ให้คนในวงการธุรกิจการบิน หรือตัวนักบินเอง หันมามองปัญหาที่เกิดขึ้น และต่างเร่งวางแผนหาวิธีแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเหตุการณ์นักบินหยุดบินจนส่งผลกระทบไปถึงผู้โดยสารที่ต้องได้รับผลกระทบไม่รู้ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมา 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ