ลุ้นผล “อีไอเอ” 6 เดือน “สร้างกระเช้าภูกระดึง” !?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ครม. เห็นชอบผลการศึกษา “สร้างกระเช้าภูกระดึง” ชี้ 99% เห็นด้วย ด้านกรมอุทยานฯ ชี้นโยบายกระทรวงฯ ไม่อยากรับเป็น “เจ้าภาพ”

การสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย ถือเป็นประเด็นที่สังคมไทยให้ความสนใจในวงกว้าง เนื่องจากแนวคิดการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้า เพื่อเป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยว ขึ้นไปชมความงามบนยอดภูได้อย่างสะดวกนั้น มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทำให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2555 มีมติให้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ดำเนินโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าฯ ด้วยงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจาก สำนักงบประมาณ จำนวน 23 ล้านบาท

ครม. เห็นชอบผลการศึกษาความเป็นไปได้

หลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าฯ ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2559 อพท. ได้จัดส่งรายงานฉบับดังกล่าวไปยัง พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบผลการศึกษาดังกล่าว และล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบรายงานผลการศึกษาฉบับนี้

ทั้งนี้ สาระสำคัญในรายงานการศึกษาฉบับนี้ ครอบคลุมในหลายประเด็น อาทิ

1. การกำหนดทางเลือกแนวเส้นทาง และตำแหน่งที่ตั้งสถานีกระเช้าไฟฟ้า โดยสรุปว่าแนวทางเลือก B มีความเหมาะสมมากที่สุด มีความยาว(ทางราบ) จากสถานีต้นทางไปจนถึงปลายทาง 4.40 กิโลเมตร โดยสถานีต้นทางจะตั้งอยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐาน ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 3.50 เมตร ขณะที่สถานีปลายทางจะตั้งห่างจากบริเวณหลังแป ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 600 เมตร ซึ่งการออกแบบก่อสร้างจะสร้างจะเป็นไปตามมาตรฐานสากล ใช้วิธีประกอบชิ้นส่วนจากนอกเขตป่าไม้ และขนส่งไปติดตั้งทางอากาศ โดยไม่ตัดไม้ตามแนวสายเคเบิ้ล

2. ศึกษาความเหมาะสม โดยสรุปผลการประเมินความคุ้มค่าการลงทุนระยะเวลา 30 ปี ในด้านการเงินและด้านเศรษฐศาสตร์ สรุปว่าความคุ้มค่าส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ ผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน การสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนใน จ.เลย และโดยรอบ รวมถึงโอกาสเกิดแรงงานคืนถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติ

3. ศึกษารูปแบบการลงทุนของโครงการและทางเลือกที่เหมาะสม สรุปว่าการก่อสร้างกระเช้าสมควรว่าจ้างเอกชนดำเนินการ เพราะมีความเหมาะสมและคล่องตัวกว่า ในการปฏิบัติงานโดยกำกับดูแลของรัฐ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการว่าจ้างเอกชน ก่อสร้างงานโยธา ระบบกระเช้าไฟฟ้ารวมทั้งตู้กระเช้า เดินกระเช้าไฟฟ้า และบำรุงรักษา รวมทั้งเป็นผู้รับรายได้ทั้งหมด โดยจ่ายค่าจ้างให้เอกชนตามที่ตกลงกันไว้

4. ศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแบ่งชั้นคุณภาพของลุ่มน้ำ การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ เขตแหล่งอาศัยหรือหากินที่สำคัญของสัตว์ป่า ผู้มีรายได้เดิม(ลูกหาบ และร้านค้า) และทัศนียภาพ  

 

หลากเสียง “หนุน” – “ค้าน” กระเช้าไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ยังคงมีความเห็นที่หลากหลาย ทั้งด้านที่สนับสนุนและคัดค้าน โดยรายงานฉบับนี้ได้สรุปความเห็นที่สำคัญ ดังนี้

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าโครงการจะได้รับผลประโยชน์หลายด้าน อาทิ การเพิ่มโอกาสในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจให้แก่คนในท้องถิ่นแลชุมชนโดยรอบ ภายใต้ความร่วมมือในการวางแผนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และกำหนดมาตรการคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างชัดเจน

กระทรวงคมนาคม เห็นควรให้ความเห็นชอบผลการศึกษา แต่เนื่องจากโครงการนี้เข้าข่ายต้องทำรายงานผลกระด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ดังนั้น เมื่อนำโครงการไปสู่การปฏิบัติ จะต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นอย่างเคร่งครัด

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ให้ความเห็นว่าหากรัฐบาลจะตัดสินใจดำเนินโครงการ เห็นควรมอบหมายเจ้าของโครงการให้เป็นผู้รับผิดชอบ ในการนำเสนอรายงาน EIA ต่อ สผ. ตามกฎหมาย

กระทรวงมหาดไทย เห็นด้วยในหลักการ แต่ควรมีการศึกษาในประเด็นการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ในการขับเคลื่อนแผนควรมีกลไกการกำกับดูแล ตรวจสอบ และติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างการบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และองค์กรเครือข่ายคัดค้านการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย แบ่งประเด็นคัดค้านออกเป็น 5 ข้อ ดังนี้

1. การสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ผิดไปจากเจตนารมณ์การท่องเที่ยวบนภูกระดึง

2. โครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ไม่มีความคุ่มค่าในทางเศรษฐกิจ

3. การสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ไม่ทำให้เศรษฐกิจของบ้านศรีฐานและหมู่บ้านโดยรอบดีขึ้น

4. การคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวมีความคลาดเคลื่นจากความเป็นจริง

5. การสร้างกระเช้าไฟฟ้าขัดต่อหลักการบริหารจัดการท่องเที่ยว ในพื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย ที่สงวนและรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ

สร้างกระเช้าไฟฟ้า 633 ล้าน แบ่งใช้งบปีละ 200 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(25 ก.พ. 2559) พลเอกธนะศักดิ์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงมติรับทราบผลการศึกษาโครงการการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย ว่า รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย มูลค่า 633 ล้านบาท โดยจะแบ่งใช้งบประมาณออกเป็น 3 ปีๆ ละ 200 ล้านบาท

เนื่องจากผลการสำรวจความเห็นจากหลายหน่วยงาน การรับฟังเสียงจากประชาชนในพื้นที่ ชาวบ้าน ภาครัฐ นักธุรกิจ ภาคเอกชน ยืนยันว่ามีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้มหาศาล สร้างงานเพิ่มขึ้นให้กับคนในพื้นที่ และจะทำให้นักท่องเที่ยวจะมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากจะมีความสะดวกสบายในการเดินทางขึ้นภูกระดึง

“ยืนยันว่าจากการพูดคุยกับคนในพื้นที่ จ.เลย และจังหวัดใกล้เคียง เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และมีความต้องการอยากได้กระเช้าขึ้นภูกระดึง เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และการสร้างรายได้”

เดินหน้าสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ระบุคน 99% เห็นด้วย         

พลเอกธนะศักดิ์ ระบุด้วยว่า การสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ เพิ่มความปลอดภัยในการลำเลียงนักท่องเที่ยวที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ รวมทั้งช่วยในการดูแลรักษาความปลอดภัย และการรักษาความสะอาดจะทำได้ง่าย โดยการสร้างจะใช้เทคโนโลยีใหม่จากต่างประเทศ โดยการเจาะหลุม ไม่มีการตัดต้นไม้ ใช้พื้นที่ในการสร้างฐานกระเช้าแค่ 1 ไร่เท่านั้น ส่วนจุดที่ตั้งจะอยู่ในหุบจึงไม่บดบังทัศนียภาพ

ทั้งนี้ คณะกรรมการอยู่ระหว่างรอลุ้น ผลการพิจารณา อีไอเอ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถ้าผ่าน คาดว่าจะใช้เวลา 2 – 3 ปีในการสร้างกระเช้า และขอยืนยันอีกครั้งว่า จากการหารือพบว่าคน 99.99% เห็นด้วย มีไม่ถึง 1% เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย

อุทยานฯ ชี้นโยบายกระทรวงฯ ไม่อยากรับเป็น “เจ้าภาพ”

ด้าน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่าในฐานะหน่วยงานที่ดูแลอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ต้องขอดูรายละเอียดผลการศึกษาต่างๆ ในรอบที่นำเสนอครั้งล่าสุดก่อน เพราะก่อนหน้านี้ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนโยบายว่าไม่อยากรับเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ และขอให้มีผลการศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อม และการรับฟังเสียงสะท้อนจากคนรอบด้าน เนื่องจากไม่อยากเป็นคนกลางระหว่างเสียงคัดค้านและฝ่ายสนับสนุนโจมตี

 

PPTV Photo: อำพล ทองเมืองหลวง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ