สถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังรุกคืบหนักในปัจจุบัน ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร ภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ ประสบภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก จนแทบไม่มีน้ำสำหรับใช้ในกระบวนการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะการฟอกไตและล้างอุปกรณ์ทางการแพทย์
แหล่งน้ำดิบถือว่ามีความสำคัญมากต่อโรงพยาบาล เพราะน้ำที่ถูกส่งมาจะเข้าสู่กระบวนการบำบัด เพื่อนำมาใช้สำหรับภารกิจต่างๆ ภายในโรงพยาบาล แต่จากการจับสัญญาณภัยแล้งในปีนี้ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งวางมาตรการบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น กับโรงพยาบาลในสังกัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประสบภัยแล้ง
นพ.โสภณ ระบุว่า จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าฤดูร้อนปีนี้ อุณหภูมิจะสูงสุดประมาณ 43-44 องศาเซลเซียส ในช่วงกลาง มี.ค. – เม.ย. ขณะที่สถานการณ์ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง รวม 12 จังหวัด 47 อำเภอ 217 ตำบล 1,902 หมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น เพื่อรับมือภัยแล้ง กระทรวงสาธารณสุข จึงตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธาณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้มีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง 3 แห่ง จึงต้องดำเนินการแก้ปัญหา ควบคู่ไปกับการให้บริการประชาชน โดย โรงพยาบาลสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ได้ขุดบ่อน้ำบาดาล และเตรียมจัดทำประปาผิวดิน
ขณะที่ โรงพยาบาลเวียงเก่า จ.ขอนแก่น ได้ประสานขนน้ำจากประปาภูมิภาคหนองเรือ อ.ภูเวียง มาเติมที่ถังประปาทุกวัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหาแหล่งน้ำบาดาล และขอขยายขอบเขตการให้บริการน้ำประปา
ส่วน โรงพยาบาลพระทองคำเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ได้ทำการขุดบ่อน้ำบาดาล 2 บ่อ และอยู่ระหว่างจัดทำระบบกรองน้ำบาดาล เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้สามารถใช้ล้างเครื่องมือแพทย์ได้ และระบบสำรองน้ำไว้ใช้ในโรงพยาบาล
ล่าสุด วันนี้ (4 มี.ค. 2559) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสันป่าตอง พบว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ตั้งแต่ปี 2556 จากปัญหาปริมาณน้ำบาดาลที่ลดลงเรื่อยๆ จนขาดแคลนเข้าขั้นภาวะวิกฤติ ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบต่อผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลได้วางระบบการจัดการน้ำ โดยจัดสรรงบประมาณ 6 ล้านบาท สร้างระบบน้ำผิวดินและระบบบำบัดน้ำเสีย
นอกจากนี้ ยังได้มีการวาแผนบรรเทาความเดือดร้อน ในการทำงานและลดผลกระทบการบริการผู้ป่วยระยะเร่งด่วน โดยการประสานกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ในการสนับสนุนบุคลากรและรถขนน้ำ จากหน่วยงานต่างๆ ในอำเภอสันป่าตองทั้งหมด 18 ตำบล และยืมรถขนน้ำจากโรงพยาบาลแม่วาง และโรงพยาบาลจอมทอง มาช่วยขนน้ำ 40 เที่ยวต่อวัน เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำ เฉลี่ยวันละประมาณ 2 แสนลิตร จึงคาดว่าในสัปดาห์หน้าปัญหาขาดแคลนน้ำจะบรรเทาลง
สำหรับแผนในระยะยาว เบื้องต้นได้เสนอให้มีการ เชื่อมท่อตรงจากการประปาส่วนภูมิภาค และเจาะบ่อบาดาลเพิ่มภายในโรงพยาบาล รวมทั้งจัดทำระบบน้ำผิวดินจากบริเวณหนองสะเรียม ซึ่งขณะนี้ดำเนินการได้ ร้อยละ 60 ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวทางดำเนินการดังกล่าว จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ