นายมันดูห์ เอล ดามาตี รัฐมนตรีกระทรวงโบราณสถานอียิปต์ เปิดเผยในการแถลงข่าววานนี้ (17 มี.ค. 59) ที่กรุงไคโรว่า ผลการตรวจวิเคราะห์การสแกนเรดาร์กำแพงห้องฝังพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน หนึ่งในสุสานที่มีชื่อเสียงที่สุดของอียิปต์ในหุบเขาแห่งกษัตริย์ ที่เมืองลักซอร์ เมื่อเดือนพ.ย. 58 ยืนยันว่ามีห้องลับซ่อนอยู่อีก 2 ห้องหลังกำแพงด้านทิศเหนือและทิศตะวันตก นอกจากนี้ผลสแกนเรดาร์ยังระบุได้ด้วยว่ามีวัตถุหลายชิ้นภายในห้อง ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งโลหะหรืออินทรีย์วัตถุ
นายเอล ดามาตี กล่าวต่อว่าทีมผู้เชี่ยวชาญจะทำการสแกนเพิ่มเติมปลายเดือนมี.ค. นี้ เพื่อระบุขนาดของห้องลับและความหนาของกำแพง ทั้งนี้จะยังไม่มีการขุดสำรวจจนกว่าทางการจะแน่ใจว่ามีห้องทั้งสองนี้อยู่จริงๆ
การค้นพบนี้เป็นหลักฐานชิ้นล่าสุดที่อาจนำไปสู่การค้นพบที่เก็บพระศพของพระราชานีเนเฟอร์ติติ ราชินีของฟาโรห์ อาเมนโฮเทปที่ 4 แห่งอียิปต์ ที่หายสาบสูญมานานกว่า 3,000 ปี ซึ่งเป็นปริศนาที่นักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาถึงความรุ่งเรืองของอียิปต์ในยุคโบราณให้ความสนใจอย่างมาก
โดยก่อนหน้านี้ ดร. นิโคลาส รีเวส นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เคยเปิดเผยทฤษฎีว่าห้องเก็บพระศพฟาโรห์ตุตันคาเมน เดิมเคยเป็นห้องเก็บพระศพราชินีเนเฟอร์ติติ แต่ถูกปรับมาเป็นที่เก็บพระศพฟาโรห์ตุตันคาเมนซึ่งสิ้นพระชนม์ด้วยพระชนมายุเพียง 19 ชันษา โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเชื่อว่าพระศพของราชินีเนเฟอร์ติติอาจถูกฝังอยู่ในห้องข้างๆ กับห้องเก็บพระศพฟาโรห์ตุตันคาเมน
อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีกระทรวงโบราณสถานอียิปต์กลับเชื่อว่าหากเป็นที่ฝังพระศพจริง ก็น่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หญิงพระองค์อื่นมากกว่าที่จะเป็นราชินีเนเฟอร์ติติ