คลิปวีดิโอจำลองการทำงานของระบบดับเพลิง ชนิด เอโรซอล ของต่างประเทศ แสดง การแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ โดยการรับสัญญาณจากระบบไฟราง เป็นตัวจับควัน ก่อนจะแจ้งเตือนใน 2 จุด เพื่อยืนยันว่ามีเหตุไฟไหม้จริง ซึ่งจะกำหนดเวลาประมาณ 2-3 นาที ก่อนจะแจ้งเตือนให้อพยพได้ทันท่วงที นี่เป็นสื่อที่วิทยากรนำมาเป็นตัวอย่าง อธิบายเพื่อเปรียบเทียบระบบดับเพลิงภายในตึก SCB ที่เกิดเหตุไฟไหม้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน ผู้ปฏิบัติงานสถาบันป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NFPA เปิดเผยว่า ในกรณีที่ ตึกSCB ที่เกิดการทำงานของระบบตรวจสอบจับควันสั่งการให้ปล่อยสาร เอโรซอล โดยไม่มีการเกิดเพลิงไหม้ เป็นสาเหตุให้คนเสียชีวิต ตามมาตรฐาน ของ NFPA ผู้ที่ทำการตรวจสอบ ทดสอบ บำรุงรักษา และใช้งานระบบเอโร่ซอล ต้องได้รับการอบรมอย่างละเอียด ต้องผ่านการอบรมและมีมาตรการความปลอดภัยตามระเบียบของเอโร่ซอล ซึ่งในต่างประเทศ หากมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ผู้ที่รับผิดชอบ ก็ต้องเป็นผู้ที่บริหารการใช้งาน
ด้านนายกสมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร ระบุว่า การบริหารความปลอดภัยในอาคาร ต้องเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าของอาคาร และ ผู้รับเหมา และต้องให้ความสำคัญกับการปิดระบบ ก่อนจะใช้ห้องในระหว่างตรวจสอบอาคารด้วย โดยผู้ตรวจสอบอาคาร ต้องสามารถเข้าตรวจสอบได้ทุกพื้นที่ โดยการตรวจสอบต้องให้แน่ใจว่า ห้องมีทางออกที่สามารถอพยพได้ทันทีหรือไม่ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และไม่ได้ปิดกั้นทางออก หากมีระบบ Access control จะเชื่อมต่อเข้าระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงใหม้ อุปกรณ์สัญญาณแจ้งเตือน ด้วยเสียงและแสง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธฺภาพ และมีมาตรการควบคุมเข้าปฏิบัติงานในห้องที่ติดตั้งระบบดับเพลิง ต้องประเมินความเสี่ยงอันตราย มีอุปกรณ์ป้องกันความเสี่ยงส่วนบุคคลที่เหมาะสม รวมถึงการปิดระบบก่อนเข้าปฏิบัติงาน
นอกจากมาตรการควบคุมความปลอดภัยแล้ว การจัดการที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของกฏหมายเพื่อดูแลแรงงานให้ได้รับความปลอดภัยตามกฏหมาย ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายของตึก SCB ยังไม่สามารถสรุปได้ แต่ต้องดูในรายละเอียดของเอกสาร และขั้นตอนการเข้าไปปฏิบัติ ซึ่งคณะนี้สภาวิศวกรก็ยังไม่ได้รับเอกสาร จาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และถือว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปสาเหตุที่แท้จริง