ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยครอบครัว เดินทางด้วยเครื่องบิน "แอร์ ฟอร์ซ วัน" ถึงท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงฮาวานา เมืองหลวงของคิวบา เพื่อเริ่มภารกิจการเยือนคิวบาอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วัน โดยมีนายบรูโน โรดริเกวซ รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบา รอให้การต้อนรับ
จุดหมายแรกของผู้นำสหรัฐ คือ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำคิวบา ที่เพิ่งกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว โดยนายโอบามา ได้พบปะทักทายกับเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์สำหรับทั้ง 2 ประเทศอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ นายโอบามายังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่สหรัฐและคิวบาที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้มีวันนี้ จากนั้น คณะของนายโอบามาก็เดินทางไปเยี่ยมชมย่านเมืองเก่าและโบสถ์ในกรุงฮาวานา
ทั้งนี้ ทางการคิวบาจะจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันจันทร์นี้ ตามเวลาท้องถิ่น โดยนายโอบามาจะเข้าหารือกับประธานาธิบดีราอูล คาสโตร ของคิวบา แต่ไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยมนายฟิเดล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีและรัฐบุรุษแห่งคิวบา
นอกจากนี้ นายโอบามายังมีกำหนดจะไปออกรายการโทรทัศน์ เพื่อกล่าวสุนทรพจน์สดต่อชาวคิวบาทั่วประเทศ และชมการแข่งขันเบสบอลเพื่อเป็นการปิดท้ายการเยือนด้วย
ส่วนบรรยากาศตามท้องถนนปราศจากผู้คน เนื่องจากทางการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยก่อนการมาถึงของนายโอบามา มีรายงานว่าตำรวจคิวบาได้จับกุมกลุ่มผู้ประท้วงมากกว่า 50 คน ที่ออกมาเดินขบวนในกรุงฮาวานา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐปล่อยตัวนักโทษการเมืองชาวคิวบาที่ยังถูกคุมขังอยู่ในสหรัฐ
การเยือนกรุงฮาวานาของผู้นำสหรัฐในครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 88 ปี ต่อจากประธานาธิบดีจอห์น แคลวิน คูลิดจ์ ที่เดินทางเยือนเมื่อปี 1928 และถือเป็นการเปิดฉากความสัมพันธ์หน้าใหม่ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งเป็นคู่อริกันมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น
พัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและคิวบา
- สหรัฐฯและคิวบา ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกันมาตั้งแต่ปี 1960 หลังการปฏิวัติ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นสังคมนิยมนับจากนั้นเป็นต้นมาโดยสหรัฐได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบา
- มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเช่นกัน โดยคิดเป็นตัวเลขต่อปีถึง 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จากนั้น ในเดือน ธ.ค. ปี 2014 ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศจะฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจระหว่างทั้ง 2 ประเทศ
- โดยท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเจรจาลับระหว่างทั้ง 2 ชาติ ทั้งที่ประเทศแคนาดา รวมถึงสำนักวาติกัน ซึ่งมีสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสช่วยเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย
โดยหลังจากทั้ง 2 ประเทศตกลงจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัน เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย เริ่มจากการที่สหรัฐฯถอดคิวบาออกจากรายชื่อประเทศที่สนับสนุนก่อการร้าย และมีการผ่อนคลายมาตรการที่ห้ามชาวอเมริกันเดินทางไปคิวบา
จากนั้น ในเดือนสิงหาคม 2015 สหรัฐฯก็กลับมาเปิดสถานทูตประจำกรุงฮาวานา รวมถึงมีการรื้อฟื้นเที่ยวบินพาณิชย์และบริการไปรษณีย์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ