หลักสูตรอบรมนักการเมืองที่ค่ายทหารตามแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จัดให้มีการเปิดหลักสูตรปรับทัศนคติ โดยอบรมเรื่องการเมือง ธรรมาภิบาล ศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม รวมถึงหลักสูตรการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้นักการเมืองที่แสดงความคิดเห็นต่างทางการเมืองเข้าอบรมนั้น
โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่าส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีหลักสูตรอบรมใดที่จะทำให้คนคิดเหมือนกันทั้งหมด แม้ทุกอย่างจะเดินไปตามโรดแมปของ คสช. แต่สังคมไทยก็ยังคงเดินหน้าไปด้วยความหลากหลายทางความคิดเหมือนทุกสังคมทั่วโลก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กำลังเข้าสู่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นน่าจะเป็นประโยชน์กว่าการปิดกั้น อย่างน้อยฝ่ายรัฐบาลก็จะได้รับทราบความคิดเห็นที่แตกต่าง และอาจมีแง่มุมที่เป็นประโยชน์ หรือถ้าใครเสนอความเห็นที่ไม่เข้าท่าก็จะถูกพิพากษาจากสังคมและบทบัญญัติใน พ.ร.บ.ประชามติ อยู่แล้ว
ส่วนการดำเนินคดีกับชาวบ้านที่โพสต์รูปขันน้ำสีแดงนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าไม่น่าจะเป็นผลดีกับภาพรวมของรัฐบาลที่ต้องการความเชื่อมั่นทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งต่างประเทศมักตั้งคำถาม ดังนั้นหากจะมีการควบคุมตัวเข้าค่ายอบรมและดำเนินคดีก็น่าจะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่แอบอ้างชื่อผู้มีอำนาจแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบมากกว่า