หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชมีหนังสือกำหนดให้เกาะยูงอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นเขตหวงห้ามไม่ให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวใดๆ ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูและเก็บแนวปะการังไว้เป็นแหล่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ แต่ช่วงวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ทีมข่าว PPTV ได้ลงสำรวจพื้นที่พบยังมีเรือสปีดโบ๊ท ของผู้ประกอบการนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำดูปะการังบริเวณนั้น และยังพบปรากฎการณ์ “ปะการังฟอกขาว” เกิดขึ้นที่เกาะยูงแล้วนั้น
ล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์ ประกาศปิดเกาะยูง หมู่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูปะการังป้องกันการฟอกขาว โดยคณะกรรมการพิจารณาปรับเปลี่ยนเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีมติเห็นชอบการปรับเปลี่ยนเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี บริเวณเกาะยูง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่
โดยให้พื้นที่บริเวณทิศตะวันตกและทิศเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่มีแนวปะการังสมบูรณ์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นแหล่งพ่อแม่พันธุ์ของปะการัง ได้กำหนดให้เป็นเขตหวงห้าม ไม่อนุญาตให้ประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ยกเว้นการศึกษาวิจัยที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน ส่วนพื้นที่ด้านตะวันออกและทิศใต้ของเกาะยูง ซึ่งเป็นพื้นที่แนวปะการังเสื่อมโทรมจากกิจกรรมของนักท่องเที่ยว กำหนดให้เป็นเขตฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ ไม่อนุญาตให้ประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ การประกาศปิดเกาะยูงดังกล่าว ใช้เหตุผลตามหลักวิชาการ และเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันที่ระดับอุณหภูมิของน้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลง เป็นเหตุให้มีความกังวลว่าจะเกิดการฟอกขาวของปะการัง
นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า หลังมีการประกาศปิด ทางอุทยานฯ ได้เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งให้ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวทั้งในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต ที่เข้ามาทำกิจกรรมการท่องเที่ยวได้รับทราบ และหลังจากนี้จะจัดทำป้าย พร้อมกับวางทุ่นห้ามเรือเข้าไปในพื้นที่ แต่ยังอยู่ในระหว่างการจัดหาทุ่นมาติดตั้ง จึงขอแจ้งให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวได้รับทราบ เพื่อให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว หากเจ้าหน้าที่พบเห็นก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป