สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อคืนนี้ (15 เม.ย. 59) เวลาประมาณ 23.25 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงรอบที่ 2 บนเกาะคิวชู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ระบุความแรงของเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ว่าอยู่ที่ระดับ 7.1 ก่อนจะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.3 ความลึก 10 กม. จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้เมืองคุมาโมโต้ บนเกาะคิวชู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ใกล้กับจุดที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ มีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5.8 ในทะเล ทางการจึงประกาศเฝ้าระวังภัยจากสึนามิ โดยคาดว่าอาจมีคลื่นความสูงประมาณ 1 เมตรซัดเข้าฝั่ง แต่ได้ยกเลิกในเวลาต่อมา
ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย บาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน ส่วนประชาชนเกือบ 70,000 คน ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เขื่อน หลังเจ้าหน้าที่เกรงว่าเขื่อนที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวจะพังถล่ม เนื่องจากคาดว่าจะยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้
นอกจากนี้แรงสั่นสะเทือนยังทำให้เกิดดินถล่มครั้งใหญ่ กวาดกลืนบ้านเรือนหลายหลัง และทางหลวงสายต่างๆ ส่งผลให้การคมนาคมขนส่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก รถไฟชิงกันเซ็งปิด ไม่สามารถใช้การได้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ 3 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง
ขณะที่บรรยากาศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (16 เม.ย. 59) ทีมกู้ภัยได้ระดมกำลังลงพื้นที่ เพื่อเก็บกวาดซากความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ล่าสุดสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดการปะทุขนาดย่อมที่ภูเขาไฟอาโสะ ในจังหวัดคุมาโมโต้ โดยมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกจากปากปล่องภูเขาไฟขึ้นไปสูงราว 100 เมตร แต่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังคงระดับเตือนภัยไว้ที่ระดับ 2 จากทั้งหมด 5 ระดับ เนื่องจากยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแผ่นดินไหวระลอกนี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดการปะทุหรือไม่
ส่วนสถานทูตไทยในโตเกียวได้ประกาศเตือนคนไทยในเกาะคิวชู ให้ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และขอให้อยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากยังมีแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถไปหลบภัยได้ตามจุดที่ทางการญี่ปุ่นกำหนด