รศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล นักธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพิบัติภัย และประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า ภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เมืองคุมาโมโตะ นักธรณีวิทยาแผ่นดินไหว ของกรมอุตุนิยมวิทยาประเทศญี่ปุ่น ได้ตั้งข้อสังเกตุว่าการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ มีความสัมพันธ์กับแนวการเกิดแผ่นดินไหวแนวกลางของประเทศญี่ปุ่น(สีน้ำเงิน) ในบริเวณพื้นที่คิงกิ(kinki) หรือภูมิภาคคันไซ ของประเทศญี่ปุ่น โดยการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้อาจจะมีความสัมพันธุ์กับโครงสร้างธรณีวิทยา และประวัติศาสตร์การเกิดแผ่นดินไหวในอดีตเมื่อ 420 ปีก่อน หรือเมื่อปี พ.ศ. 2139 ซึ่งมีการเกิดแผ่นดินไหวแบบลูกโซ่
เริ่มจากหมายเลข 1 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 แม็กนิจูด เมื่อวันที่ 1 ก.ย. บริเวณเกาะชิโกกุ และต่อมาเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0-7.8 แม็กนิจูด ในจุดหมายเลข 2 ในวันที่ 4 ก.ย. บริเวณเกาะคิวชู ใก้ลกับเมืองคุมาโมโตะ จากนั้นเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0-7.1 แม็กนิจูด บริเวณจุดหมายเลข 3 ในวันที่ 5 ก.ย. บริเวณเมืองโอซากะและโคเบะ ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวในปีนั้น เป็นสัญญานที่ชี้ให้เห็นถึงการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตามมา ในแนวแผ่นดินไหวในทะเล บริเวณจุดหมายเลข 4 ในปี พ.ศ. 2148 หรือประมาณอีก 9 ปีถัดมา
ดังนั้น การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ จึงมีนักธรณีแผ่นดินไหวกลุ่มหนึ่งตั้งข้อสังเกตุว่า อาจจะมีแผ่นดินไหวใหญ่ตามมาอีกหลายจุด หลังจากนี้จึงต้องเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณคิงกิ ตั้งแต่บริเวณเมืองโอซากะจนถึงเกาะคิวชู ซึ่งอาจจะมีแผ่นดินไหวตามมาอีกใน 1-2 เดือนนี้