วันนี้ (18 เม.ย.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดอุปกรณ์ดับเพลิงควบคุมระยะไกล หรือหุ่นยนต์พ่นละอองน้ำ ถูกนำมาติดตั้งในเขตเทศบาลเมืองน่าน เพื่อลดปริมาณหมอกควันที่กลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง หลังครบกำหนด 60 วัน เฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควัน
การตรวจวัดคุณภาพอากาศ พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงสุดอยู่ที่ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ วัดได้ 238 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สาเหตุคาดว่าเกิดจากการลักลอบเผาป่า หรือเผาเศษวัชพืชบนดอยต่อเนื่อง เพราะประชาชนเร่งเตรียมพื้นที่ทำการเกษตร
ทั้งนี้ สภาพท้องฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนา ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะทางขึ้นเขา อย่างบริเวณดอยสุเทพ สถานการณ์หมอกควันที่เกิดขึ้น เริ่มสงผลกระทบกับการท่องเที่ยว
นายพรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวแจ้งระงับการจองเที่ยวบิน และที่พัก บางส่วนตัดสินใจไปเที่ยวในจังหวัดอื่นแทน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10
ส่วนที่จังหวัดเชียงราย ออกประกาศจัดระเบียบการเผาในที่โล่งตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่า หลังพบจุดเกิดไฟ หรือฮอตสปอตหลายแห่ง โดยประชาชนที่ต้องการเผาเพื่อการเกษตร ต้องขออนุญาตทางอำเภอ เพื่อจัดระเบียบป้องกันการเกิดมลพิษ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 59
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ในพื้นที่ภาคเหนือวันนี้ มี 6 จังหวัด ที่ค่าฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐาน คือ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่านและจังหวัดพะเยา สูงสุดอยู่ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย วัดได้ 258 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร.