วันนี้ (21 เม.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อหารือกับกษัตริย์ซัลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศที่เปลี่ยนไป
ในระยะหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งเป็นศัตรูของซาอุดิอาระเบีย ดีขึ้นมาก ขณะที่ยังมีความหวาดระแวงเกี่ยวกับแนวทางที่สหรัฐจะเข้าไปจัดการปัญหาความขัดแย้งในซีเรียด้วย
การเยือนซาอุดิ อาเรเบีย ของ โอบาม่าครั้งนี้มีความละเอียดอ่อนมากเห็นได้จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐที่เดินทางไปกับนายโอบาม่ามีทั้ง นาย แอช คาร์เตอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ และ นาย จอห์น เบรแน่น ผู้อำนวยการ CIA
กษัตรซาลมานที่เดินทางไปรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศอื่นๆ ที่เดินทางมาร่วมการประชุม ไม่ได้ไปรับนาย โอบาม่าด้วยตัวเอง แต่ส่งเจ้าชาย Faisal bin Bandar Al Saud ผู้ว่าเมืองหลวง กรุง ริยาด มารับแทน
จากนี้ นายโอบามาจะใช้เวลา 1 วัน ในการประชุมที่ซาอุดิอาระเบีย ก่อนจะเดินทางเยือนกรุงลอนดอนของอังกฤษ และนครฮันโนเวอร์ของประเทศเยอรมนีต่อไป
ตัวแปรสำคัญที่จะบ่งชี้ว่าความสัมพันธ์ของสองพันธ์มิตรเก่าแก่คู่นี้คือ ท่าทีของศาลสหรัฐ ว่าจะพิจารณาให้ฟ้องราชวงซาอุดิ อาเรเบีย รึไม่ เนื่องจากพบว่ามีความเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กันยา ในประเด็นนี้ก่อนออกเดินทางนาย โอบาม่าได้ให้สัมภาษณ์ว่า หากสหรัฐอนุญาติให้ฟ้อง ซาอุดิ อาเรเบีย ได้ ผู้เสียหายจากทั่วโลกก็จะสามารถฟ้องสหรัฐได้เหมือนกันกรณีที่ไปปฏิบัติการณ์ทางการทหารรึว่าใช้โดรนจู่โจมเป้าหมายในประเทศ
ซาอุดิ อาเรเบียต้องการให้สหรัฐล้มเลิกความคิดนี้ซะ โดยการขู่ว่าจะทยอยขายสินทรัพย์กว่า 7,500,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ