การประชุมร่วมของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการทำเหมืองแร่ทองคำ ของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน) มีตัวแทนจากทุกฝ่ายเข้าร่วม ทั้งตัวแทนของบริษัทอัคราฯ ชาวบ้าน นักวิชาการ และหน่ายงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอภาพรวมของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณต่อใบอนุญาตประกอบโลหกรรมให้กับบริษัทอัคราฯ ที่กำลังจะหมดอายุลงลงในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้
โดยประเด็นที่ถูกนำมาพูดคุย คือ กรณีประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเหมืองแร่ทองคำ ตรวจพบสารโลหะหนักในร่างกาย คาดว่ามาจากสารไซยาไนด์ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำ จังหวัดพิจิตร ซึ่งผู้แทนบริษัท อัคราฯ ชี้แจงว่าสารไซนาไนด์ที่พบ ในร่างกายชาวบ้านมาจากธรรมชาติ อีกทั้งเป็นสารไซยาไนด์ ที่มีค่าทางเคมีแตกต่างจากเหมืองทองคำของบริษัท ที่มีควบคุมการประกอบกิจการตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และผลการตรวจของบริษัทก็ไม่พบสารโลหะหนักแต่อย่างใด
สำหรับแนวทางหลังจากนี้ นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อผลการตรวจแตกต่างกันก็มีความจำเป็นที่จะต้องให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อนำผลการตรวจมาเปรียบเทียบกันให้ได้ ข้อสรุปที่ชัดเจน รวมทั้งจะมีการตรวจสอบ ดิน แหล่งน้ำ และพืชผลการเกษตร ว่ามีการปนเปื้อนในปริมาณเท่าใด พร้อมกับหาวิธีแก้ไขปัญหาต่อไป
ทั้งนี้ คาดว่าผลการประชุมร่วมในวันนี้ จะถูกนำไปพิจารณาร่วมกับผลที่ได้จากการลงพื้นที่อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ของกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันพรุ่งนี้ โดยผลสรุปที่ได้จากการประชุมร่วมและลงพื้นที่ครั้งนี้ จะมีต่อการพิจารณาต่อใบอนุญาต ประกอบโลหกรรม ซึ่งเป็นอำนาจอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ให้กับบริษัท อัคราฯ ต่อไป โดยคาดว่าจะได้บทสรุปภายในสัปดาห์หน้า