วิกฤตภัยแล้งและพายุฤดูร้อน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมู่บ้านช้างสุรินทร์วิกฤตแล้งหนักแหล่งน้ำไม่พอกิน ด้านจ.สงขลา ภัยแล้งกระทบหนัก ชาวบ้านขาดน้ำใช้ ขณะที่ศึกชิงน้ำปิง เชียงใหม่ ลำพูน ยุติแล้ว ส่วนจ.อุตรดิตถ์พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ หลังคาปลิวว่อน

วันนี้ (26 เม.ย.59) สภาพอากาศที่ยังคงแล้งและร้อนจัด ทำให้หลายพื้นทั่วประเทศ ยังคงเผชิญกับการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ด้านจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านช้างวิกฤตหนัก หลังแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอดไม่พอกินพอใช้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วย โดยสถานการณ์ภัยแล้งได้ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ จ.สุรินทร์ ต้องประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งแล้ว 5 อำเภอ จากทั้งหมด 17 อำเภอ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 149,877 คน คิดเป็นร้อยละ 45.14 ของทั้งจังหวัด ล่าสุดช้างกว่า 250 เชือก ภายในศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม ก็ขาดแคลนน้ำดื่มกินเช่นกัน ประกอบกับอากาศในช่วงกลางวันที่ร้อนจัดทำให้ช้างหงุดหงิดง่าย เพราะทั้งหิวและร้อน บรรดาควาญช้าง ต้องพาช้างออกมาหลบแดดกันตามร่มไม้ใหญ่ และอยู่ใกล้ ๆ แหล่งน้ำ ซึ่งในขณะนี้ปริมาณน้ำเริ่มไหลน้อยและไม่เพียงพอ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือจัดหาน้ำเข้ามาให้เป็นการด่วน

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.สงขลา เริ่มทวีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น้ำในคลองตง ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่เชื่อมต่อลงสู่คลองอู่ตะเภา ขณะนี้น้ำในลำคลองแห้งขอดจนชาวบ้านไม่สามารถนำมาใช้ทำการเกษตรได้ ส่งผลให้พืชผลแห้งเหี่ยวเฉาตายจำนวนมาก

ด้านจังหวัดเชียงใหม่ จากกรณีการแย่งชิงน้ำในแม่น้ำปิงจนทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ 2 ฝั่งของแม่น้ำปิง คือพื้นที่อำเภอดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ และอำเภอป่าซาง จ.ลำพูน ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำปิง ล่าสุดได้ข้อยุติลงในรอบแรกหลังมีการเจรจาตกลง และลงนามร่วมกันระหว่าง 2 พื้นที่ โดยทางชลประทานเชียงใหม่ได้ปล่อยน้ำลงมาให้อีก 4 แสนลูกบาศก์เมตร โดยล่าสุดน้ำเดินทางมาถึงแล้วและคาดว่าชาวบ้านจะเริ่มสูบน้ำได้ในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามชลประทานยังต้องบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มข้นต่อไป เพื่อยุติปัญหาการแย่งน้ำ ของชาวบ้านที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ปิดท้ายกันที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่พัดหลังคาบ้านเรือนหายไปทั้งหลัง รวมไปถึงยุ้งฉางที่เก็บข้าวเปลือกเพื่อเตรียมไว้ปลุกในฤดูกาลต่อไป ก็ถูกพายุพัดส่งผลให้ข้าวเปลือกที่เก็บไว้เปียกจนได้รับความเสียหายกว่า 20 เกวียน และจากการสำรวจพบมีประชาชนในพื้นที่หมู่ 5-7-8-9- และ 10 รวม 5 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย จำนวน 30 หลังคาเรือน และเสียหายทั้งหลัง จำนวน 20 หลังคาเรือน 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ