ฝึกให้แกร่งและเชี่ยวชาญ “หลักสูตรกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หัวใจสำคัญของการฝึกกู้ชีพทางน้ำ คือจะช่วยอย่างไรให้ตัวเองปลอดภัย ผู้ประสบภัยปลอดภัย และส่งต่ออย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ 

รายงานผู้ประสบภัยทางน้ำ ประกอบไปด้วยการตกน้ำ จมน้ำ หน้าคว่ำจมน้ำ และบาดเจ็บจากการดำน้ำ ในปี 2558 ที่ผ่านมา ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ระบุว่าทั่วประเทศเกิดขึ้นมากกว่า 1,600 ครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวตามชายหาดและหมู่เกาะต่างๆ ระยะนี้จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุทางน้ำมากกว่าปกติ 

เรือเอกสมัคร ใจแสน หัวหน้าห้องเวชศาสตร์ใต้น้ำ รพ.ฐานทัพเรือสงขลา ผู้อำนวยการหลักสูตรกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ ระบุว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา อุบัติการณ์ทางน้ำพุ่งสูงขึ้นมากกว่าปกติ เกือบทุกวันจะได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากนักท่องเที่ยวละเลยความปลอดภัย ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบจึงทำให้เกิดความสูญเสีย 

ดังนั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว รัฐบาลจึงสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทีมรักษาความปลอดภัยทางทะเล แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้ท้องถิ่น ไม่สามารถว่าจ้างทีมรักษาความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุม จึงต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครท้องถิ่นมาช่วยปฏิบัติงาน แต่การจะให้กลุ่มอาสาปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องฝึกอบรมให้ความรู้และเสริมทักษะด้านการกู้ชีพ ทั้งในเรื่องของการเตรียมตัว ขั้นตอนการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมไปถึงการช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR) 

การที่ผู้ประสบเหตุประสบภัยจะรอดหรือไม่รอดนั้น มีองค์ประกอบหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนหนึ่งอยู่ที่ตัวผู้ประสบภัยเอง ว่าสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน ประกอบกับทีมกู้ชีพที่เข้าไปช่วยเหลือ สามารถเข้าไปได้อย่างรวดเร็วและปฏิบัติได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ที่สำคัญหากผู้ประสบภัยหมดสติจะกระตุ้นหัวใจอย่างไร เพราะขั้นตอนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้รอดชีวิต 

“สิ่งที่เรากังวลเวลาเกิดฉุกเฉินขึ้น คือการที่ไม่ได้จัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน เพราะจะทำให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือที่ล่าช้า และทำให้เกิดการสูญเสียตามมา หรือบางครั้งเข้าไปช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำได้แล้ว แต่ไม่รู้วิธีการฟื้นคืนชีพดังเช่นกรณีล่าสุด เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ทีมกู้ชีพสามารถช่วยนักท่องเที่ยวขึ้นมาจากน้ำได้แล้ว แต่ในทีมไม่มีใครทำ CPR เป็น สุดท้ายนักท่องเที่ยวรายนี้ก็เสียชีวิต”

สำหรับอุบัติเหตุทางน้ำที่พบได้บ่อย คือการได้รับบาดเจ็บจากสัตว์ทะเล โดยเฉพาะแตนทะเลและแมงกระพรุนไฟ ทำให้เป็นแผลรอยแดงปวดแสบปวดร้อน จึงต้องสอนให้ทีมกู้ชีพในท้องที่ต่างๆ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้อง โดยให้ใช้น้ำส้มสาชูล้างแผล อย่าใช้น้ำจืดว่าจะไม่เกิดอันตรายได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ชายหาดส่วนใหญ่ก็มีการติดตั้งกระบอกน้ำส้มสายชูเตรียมพร้อมไว้แล้ว จุดแรกๆ ที่นำร่องคือที่หาดบางแสนและเกาะสมุย แต่ถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นหมู่เกาะต่างๆ และมีการดำน้ำดูปะการังทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น ก็จะมีอุบัติเหตุที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต บางครั้งน้ำเข้าหน้ากากเข้าท่อหายใจ แล้วแก้ไขไม่ถูกต้องก็ทำให้สำลักน้ำเสียชีวิตในที่สุด หรือนักท่องเที่ยวบางคนที่ไม่เชื่อฟังไม่ใส่ชูชีพจึงจมน้ำเสียชีวิต

ผู้อำนวยการหลักสูตรกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ บอกว่า ที่ผ่านมาได้เข้าไปช่วยจังหวัดชลบุรี ฝึกอบรมการคู่ชีพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลบริเวณชายหาดบางแสน จังหวัดจันทบุรีบริเวณอ่าวคุ้งกรุงกระเบน และอีกหลายๆ จังหวัด โดยล่าสุด คือการฝึกอบรมหน่วยกู้ชีพทุกระดับ เขตสุขภาพที่ 12  ระหว่างวันที่ 25 - 29 เม.ย. นี้ ที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอันดามัน และมีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นเกาะสำคัญหลายแห่ง หัวใจสำคัญของการฝึกครั้งนี้คือ ช่วยอย่างไรให้ตัวเองปลอดภัย ผู้ประสบภัยปลอดภัย และมีการส่งต่อที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นอกจากการฝึกอบรมวิธีปฏิบัติการกู้ชีพผู้ประสบเหตุแล้ว ยังเน้นสอนวิธีการป้องกันและการช่วยเหลือตนเองในกรณีเป็นผู้ประสบภัยด้วย เพราะต้องการให้ผู้ฝึกได้รู้วิธีการป้องกันตนเบื้องต้นจากอุบัติภัยทางน้ำ แล้วนำไปสอนคนในท้องถิ่นต่อไป โดยเฉพาะการลอยตัวซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเอาชีวิตรอดจากอุบัติเหตุอุบัติภัยทางน้ำ อย่างเช่นกรณีโดนน้ำดูดถ้าลอยตัวเป็นจะมีโอกาสปลอดภัยสูง คือปล่อยให้ตัวเองลอยออกไปกับกระแสน้ำก่อนไม่ไกลมากประมาณแค่ 100 เมตร จากนั้นให้ไหว้น้ำออกด้านข้างเพื่อกลับเข้าฝั่ง แต่โดยมากคนมักจะไม่รู้จึงว่ายสู้กระแสน้ำ ทำให้หมดแรงและจมน้ำในที่สุด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ