แกนนำกลุ่มมวลชนเหล่านี้ คือ คู่ขัดแย้งทางการเมือง ในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ในวันนี้ แกนนำฝ่ายที่เคยใช้สีแดงอย่าง สมบัติ บุญงามอนงค์, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท กับแกนนำมวลชนที่เคยใช้สัญลักษณ์เสื้อสีเหลือง อย่างแทนคุณ จิตต์อิสระ, ศิริชัย ไม้งาม และวีระ สมความคิด ที่ยังคงยืนยันว่าจะยึดมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองของพวกเขาดังเดิม กลับร่วมใจกัน เสนอทางออกให้กับสังคมไทย ผ่านละครเวที “สถานีปลายทาง” เพื่อสื่อสารให้สังคมรับรู้ว่า “สันติสุขเกิดได้ บนความแตกต่าง”
ละครเวทีเรื่องนี้ จำลองปัญหาความแตกต่างทางชนชั้น และความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งเป็นรากฐานของปัญหาของความขัดแย้งไว้บนขบวนรถไฟ ผ่านสัญญะความเหลื่อมล้ำ รถไฟชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 ที่มีความแออัด ทำให้ระหว่างเดินทางไปยังสถานีที่ชื่อว่า “สถานีสันติสุข” กลับพบเจอกับความโกลาหล จากการแบ่งชนชั้น และการเรียกร้องสิทธิ โดยแต่ละคนล้วนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง
ทั้งนี้ความวุ่นวายที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตู้ขบวนสุดท้ายตกราง จนต้องขนถ่ายผู้โดยสาร และตัดตู้ขบวนสุดท้ายทิ้ง จึงตามมาด้วยความพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดสรรพื้นที่ในขบวนรถไฟ เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ซึ่งหากคนในขบวนรถไฟ เปิดใจกว้างยอมรับความแตกต่างและรับฟังเหตุผลของกันและกัน ก็จะทำให้รถไฟสามารถเดินหน้าต่อไปได้
ภาพความร่วมมือของตัวละครจริงทางการเมือง ต่างขั้ว ต่างสี ที่ถ่ายทอดผ่านละครเรื่องนี้ จึงถือเป็นต้นแบบการสร้างความปรองดอง ภายใต้ความเห็นที่แตกต่าง โดยไม่ต้องเปลี่ยนแนวคิด อุดมการณ์ ของกันและกัน แต่พวกเขาสามารถอยู่ร่วมกัน พูดคุยกันได้ เพราะเปิดใจยอมมรับความคิดของกันและกัน เท่านั้นเอง