โรงงานพลุระเบิดปัญหาที่ยังคงวนเวียนซ้ำซาก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สถิติระบุในรอบ 10 ปี ทั่วประเทศเกิดอุบัติภัยจากพลุ ดอกไม้ไฟ และบั้งไฟ กว่า 80 ครั้ง

กรณีโรงงานผลิตพลุ ใน ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ระเบิดอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย โดยหลังการเข้าตรวจสอบพื้นที่พบว่า สภาพโรงงาน ถูกแรงระเบิดเสียหายอย่างรุนแรง เหลือเพียงเสา 6 ต้น ขณะที่โดยรอบพบกระสอบบรรจุกำมะถัน และซากลูกบอลไล่นกกระจายทั่วพื้นที่

เครดิต: เณรแก้ว106

เครดิต: เณรแก้ว106

เหตุโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟ ถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง จากรายงานของสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ซึ่งเก็บรวบรวมสถิติอุบัติภัยที่เกิดจากพลุ ดอกไม้ไฟ และบั้งไฟ ไม่รวมเหตุการณ์ที่เกิดจากเด็กเล่นประทัด ระหว่างปี 2548 – 2557 พบว่าเกิดเหตุทั้งหมด 76 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นเหตุการณ์ใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินมากถึง 46 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดเหตุที่บ้านพัก โรงงาน และสถานที่จัดงาน โดยจังหวัดที่เกิดเหตุสูงสุด 2 อันดับแรก คือ เชียงใหม่ และสุพรรณบุรี

แรงระเบิดของโรงงานผลิตพลุเมื่อคืนที่ผ่าน ถือเป็นการตอกย้ำปัญหาที่ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2556 ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ก็เคยเกิดเหตุโรงงาน "สุจินต์ดอกไม้ไฟ" อันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 ราย สาเหตุในครั้งนั้นเกิดจากประกายไฟที่เกิดขึ้น ระหว่างพนักงานลากถังดินปืนเสียดสีกับพื้นปูนซีเมนต์ ขณะที่เหตุการณ์ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุ

ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 กำหนดให้ “พลุ” “ดอกไม้ไฟ” หรือ “ดอกไม้เพลิง” เป็นวัตถุอันตราย โดยจัดเป็นวัตถุระเบิดชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีดินปืนเป็นส่วนประกอบหลัก สถานประกอบการหรือโรงงานผลิตจึงต้องตั้งอยู่ห่างจากชุมชม และได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกับดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยทุกขั้นตอน ที่สำคัญไม่อนุญาตให้ดัดแปลงที่พักอาศัยเป็นโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟ

นอกจากนี้ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 หมวด 3 “ดอกไม้เพลิง” ยังกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดสั่ง นำเข้า หรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ หากถ้าปรากฏว่าที่เก็บทำหรือค้าดอกไม้เพลิง อาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน เพื่อความปลอดภัยนายทะเบียนท้องที่จะสั่งย้ายที่ตั้งโรงงานได้

อันตรายจากการเกิดไฟไหม้และแรงระเบิด นอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว อุบัติภัยจากพลุและดอกไม้ไฟยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จากสารเคมีซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญด้วย 

สารโปแตสเซียมเปอร์คลอเรต ระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจส่วนบน

สารซัลเฟอร์ หรือ กำมะถัน ทำให้เกิดอาการตาแดง ผิวหนังอักเสบ หายใจขัด เกิดการระคายเคืองที่ระบบทางเดินหายใจ

สารโปตัสเซียมไนเตรต ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและเยื่อบุผิวหนัง ถ้ากลืนกินเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้ ท้องเสีย และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

สารแบเรียมไนเตรต ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อหู ตา จมูก และผิวหนัง ทำลายตับ ม้าม และเกิดอัมพาตที่แขน ขา บางรายอาจทำให้เสียชีวิตได้

ไม่เพียงเท่านั้นอันตรายจกความดังของเสียงระเบิด ที่มีระดับเสียงกระแทกสูงถึง 130 เดซิเบล เอ มีผลทำให้เกิดอาการหูตึงชั่วคราว แต่หากต้องได้ยินติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้หูตึงถาวร ส่วนอันตรายจากความร้อนสามารถทำให้ผิวหนังไหม้ได้

จากการลงพื้นที่ของทีมข่าว PPTV จากภาพมุมสูงพบว่าแรงระเบิด ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ทำให้เศษบ้านกระจายไกลหลายสิบเมตร แต่เนื่องจากโรงงานแห่งนี้อยู่ไกลจากชุมชน จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือโรงงานแห่งนี้ ได้ทำการขออนุญาตตั้งโรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ?

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

จนท.เร่งหาสาเหตุสถานที่เก็บและผลิตประทัดไล่นกระเบิด (คลิป)

 

บ้านผลิตพลุที่จ.สุพรรณบุรี ระเบิดเสียชีวิต 6 ราย

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ