รายงานนี้เป็นผลการศึกษาของกลุ่มนักวิจัยของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ”Environmental Research Letter” ที่เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของเกาะ 33 แห่ง ที่อยู่ในหมู่เกาะ”โซโลมอน”ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม ที่บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1947 ถึง 2014 นำมาเปรียบเทียบให้เห็นความเปลี่ยนแปลง
จากการตรวจสอบพบว่า มีเกาะอย่างน้อย 5 แห่ง จมหายไปในทะเลเรียบร้อยแล้ว ขณะที่มีอีก 6 เกาะ ที่เริ่มถูกน้ำทะเลกัดเซาะ และเข้าท่วมพื้นที่ส่วนใหญ่แล้วเช่นกัน แต่ยังโชคดี ที่เกาะทั้ง 5 แห่งที่จมหายไปนั้น ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ เป็นเพียงที่หลบพายุของชาวประมง ส่วนอีก 6 เกาะที่เหลือ มีประชากรอาศัยอยู่ 25 ครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่ต้องย้ายบ้านหนีภัยน้ำท่วมไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากมีบ้านถูกกลืนลงทะเลไปแล้ว 11 หลัง
อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยพบว่า บางเกาะที่จมหายไปนั้น ไม่ใช่มีต้นเหตุมาจากสภาวะโลกร้อนแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการถูกคลื่นลมรุนแรงกัดเซาะจนพื้นที่บางส่วนจมหายไป
ทีมวิจัยยืนยันว่า สิ่งที่พบคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า สภาวะโลกร้อน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเล ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อย ปีละ 10 มิลลิเมตร ตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา....