ภารกิจ(ฝึก)กู้ชีพทางน้ำ.. เพราะทุกวินาทีคือชีวิต(คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประสบเหตุจะรอดชีวิต ไม่เพียงขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการเข้าไปช่วยเหลือ แต่ยังรวมไปถึงทักษะความรู้และความเชี่ยวชาญของทีมกู้ชีพด้วย

ข้อมูลของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ระบุว่าในปี 2558 ได้รับรายงานการเกิดอุบัติภัยทางน้ำทั่วประเทศ ได้แก่ การตกน้ำ จมน้ำ หน้าคว่ำจมน้ำ และบาดเจ็บจากการดำน้ำมากกว่า 1,600 ครั้ง ขณะที่สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ชี้ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำมากถึง 10,923 ราย หรือเฉลี่ยปีละมากกว่า 1,000 ราย

ด้วยสภาพภูมิประเทศของไทยซึ่งติดกับทะเล โดยข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่าน่านน้ำทะเลของประเทศไทย มีเกาะจำนวนทั้งสิ้น 936 เกาะ กระจายอยู่ใน 19 จังหวัด แบ่งเป็นฝั่งอ่าวไทย 374 เกาะ และฝั่งทะเลอันดา 56 เกาะ ไม่นับแหล่งท่องเที่ยวน้ำจืดธรรมชาติ และแหล่งกักเก็บน้ำที่สร้างขึ้น ดังนั้น หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่วางมาตการ เตรียมพร้อม ทั้งด้านนโยบายและบุคลากรจำนวนผู้เสียชีวิต อาจพุ่งสูงขึ้นมากกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว

เกาะหลีเป๊ะ แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลยอดนิยม อีกหนึ่งแห่งของประเทศไทย ที่ในแต่ละปีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ต่างมุ่งหน้าข้ามฝั่งมาเที่ยวชมความงามยังเกาะแห่งนี้ แต่ด้วยความจำกัดของบุคลากรทางการแพทย์และทีมกู้ชีพ ที่มีอยู่เพียง 10 คน แต่ต้องดูแลประชากรทั้งเกาะประมาณ 5,000 คน ไม่นับรวมนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก การดูแลชีวิตและความปลอดภัย จึงถือเป็นภารกิจที่หนักหนาสาหัสเอาการ

โครงการฝึกกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ (Maritime and Aquatic Life Saving) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 และประชาชนอาสาสมัครทั่วไป จึงมีส่วนสำคัญที่นอกจากจะช่วยให้บุคลากร ผู้ปฎิบัติหน้าที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเชิงลึกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังถือเป็นการกระจายความรู้ และแนวปฏิบัติในการกู้ชีพทางน้ำที่ถูกต้อง ไปสู่ทีมงานสนับสนุนในพื้นที่ ผ่านการถ่ายทอดของผู้ฝึกอบรมด้วยอีกทางหนึ่ง

เรือเอกสมัคร ใจแสน หัวหน้าห้องเวชศาสตร์ใต้น้ำ รพ.ฐานทัพเรือสงขลา ผู้อำนวยการหลักสูตรกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ บอกกับทีมนิวมีเดีย PPTV ว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประสบเหตุจะรอดชีวิต ไม่เพียงขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการเข้าไปช่วยเหลือ แต่ยังรวมไปถึงทักษะความรู้และความเชี่ยวชาญของทีมกู้ชีพด้วย

“สิ่งที่เรากังวลเวลาเกิดฉุกเฉินขึ้น คือการที่ไม่ได้จัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน เพราะจะทำให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือที่ล่าช้า และทำให้เกิดการสูญเสียตามมา หรือบางครั้งเข้าไปช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำได้แล้ว แต่นักท่องเที่ยวยังคงเสียชีวิต เพราะในทีมกู้ชีพไม่มีใครทำ CPR เป็น”

หลักสูตรการฝึกกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ อัดแน่นไปด้วยการอบรมเนื้อหาความรู้เชิงวิชาการ เกี่ยวกับอันตรายและการเจ็บป่วยทางน้ำ อาทิ โรคน้ำหนีบ อันตรายจากกระแสน้ำย้อนกลับ (Rip currents) การจมน้ำ ข้อปฏิบัติในการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก การรักษาบาดแผลจากพิษแมงกระพรุน และการฝึกฝนผ่านการปฏิบัติจริง

แบ่งเป็นฐานต่างๆ เริ่มจากการลอยตัวและการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด การประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าไปช่วยเหลือ การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ การเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยอย่างถูกต้อง กระประเมินอาการผู้ป่วย การจัดท่าพักฟื้น ทักษะการปฐมพยาบาล และการส่งต่อผู้ป่วยที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เรือเอกสมัคร ย้ำกับเราว่า หนทางที่จะสามารถเพิ่มความปลอดภัย ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ดีที่สุด คือการอาศัยบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครท้องถิ่นเข้ามาช่วยปฏิบัติงาน แต่การปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องฝึกอบรมให้ความรู้และเสริมทักษะด้านการกู้ชีพ ทั้งในเรื่องของการเตรียมตัว ขั้นตอนการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR) รวมไปถึงการส่งต่อที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ

“หัวใจสำคัญของการฝึกกู้ชีพทางน้ำ คือจะช่วยอย่างไรให้ผู้ประสบภัยปลอดภัย ในขณะที่ตัวผู้ช่วยเหลือเองก็ปลอดภัยด้วยเช่นกัน” ผู้อำนวยการหลักสูตรกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ ทิ้งท้าย  

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ