จากกรณีเด็กหญิงวัย 10 ขวบ นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ เกิดเป็นลมหมดสติขณะยืนเข้าแถวและเสียชีวิตในเวลาต่อมาระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล
ล่าสุด นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยหลายพื้นที่มีฝนตก ขณะที่สภาพอากาศในตอนกลางวันยังร้อนมาก ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กร่างกายอาจปรับตัวไม่ทัน อาจป่วยเป็น โรคลมแดด ซึ่งแม้ความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตจะพบไม่บ่อยนักในประเทศไทย แต่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูง เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่อยู่กลางแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเด็กเล็กเนื่องจากร่างกายปรับตัวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ไม่ดีเท่ากับผู้ใหญ่ หากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จะมีผลกับการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว จนทำให้เสียชีวิตได้
จึงขอให้ครูและผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กอยู่กลางแดดหรือเล่นกลางแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนจัดหรืออุณหภูมิสูงเกิน 37 องศาเซลเซียส ควรให้ออกไปเล่นช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น ให้ดื่มน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง สวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย สีอ่อน ไม่ทึบ และสังเกตอาการผิดปกติ หากพบว่าเด็กตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ ผิวหนังแดง หัวใจเต้นเร็วและแรง มีอาการทางสมอง เช่น เห็นภาพหลอน สับสน หงุดหงิด ชักหรือหมดสติ ให้รีบนำเข้าที่ร่มทันที และปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียน ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้นและรีบระบายความร้อนออกจากร่างกายให้ตัวเย็นลงโดยเร็วเช่น โดยการใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นเช็ดตัวบริเวณรักแร้ ขาหนีบ ข้อพับ ประคบน้ำแข็ง หากยังมีสติให้จิบน้ำบ่อยๆ และส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว หรือโทรแจ้งขอความช่วยเหลือที่เบอร์ 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง