ขบวนกองทัพรัฐฉานเดินฝ่าหมอกฝน บนดอยไตแลง เป็นภาพจำที่เกิดขึ้นทุกปีเมื่อวัน ปฏิรูปกอบกู้รัฐฉาน ครบรอบมาถึง ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 58 แล้ว
กองกำลังทหารที่เห็นในงานปีนี้ มีไม่ถึง 500นาย และบุคคลสำคัญอย่างพลโทเจ้ายอดศึก ผู้นำกองทัพรัฐฉาน ไม่อยู่ร่วมงาน เพราะขณะนี้ภายในรัฐฉานมีความขัดแย้งกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ตะอาง และมีเหตุปะทะกับทหารเมียนมาร์
พลตรี เจ้าจายยี่ รองประธานสภากอบกู้รัฐฉานคนที่ 1 ระบุว่า หลังลงนามหยุดยิง กองทัพรัฐฉานยังมีเหตุปะทะกับทหารเมียนมาร์ และทหารเมียนมาร์ไม่ได้ถอนกำลังออกไปตามที่ตกลงกันไว้ นอกจากนี้ยังมีเหตุปะทะกับกลุ่มชาติพันธุ์ภายในที่มีมากขึ้นหลังเลือกตั้ง ทำให้ปีนี้ มีทหารเข้าร่วมงานน้อยกว่าทุกปี
นี่เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า กระบวนสันติภาพในเมียนมาร์ แทบจะไม่มีความคืบหน้า
ขณะที่ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู เริ่มมีความเคลื่อนไหว จัดประชุมสภาแห่งชาติกะเหรี่ยง กับกองกำลังกะเหรี่ยงทุกกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปีที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ กองพล 5 รัฐกะเหรี่ยง ในจังหวัดพะอัน โดยมุ่งหวังที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อต่อรองทางการเมือง และผลักดันกระบวนการสันติภาพ
โดยประเด็นสำคัญ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาและทางเคเอ็นยู ต้องการสื่อสารออกไปสู่โลกภายนอก คือ การเตรียมรับผู้ลี้ภัยสงครามกว่า 1 แสนคน ที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพของไทยกลับพื้นที่
นี่เป็นครั้งแรกที่ เคเอ็นยูประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย แต่นี่ยังเป็นแนวคิดที่อยู่ในขั้นตอนของการหารือ เพราะเมื่อกระบวนการสันติภาพไม่คืบหน้า ประชาชนชาวกะเหรี่ยงไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การจะรับผู้ลี้ภัยกลับจึงยังจะเกิดขึ้นไม่ได้
พลเอกบอจ่อแฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเคเอ็นยู ระบุว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงมีความตั้งใจที่จะรับผู้ลี้ภัยสงครามกลับเข้าสู่พื้นที่ โดยจะตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลเรื่องนี้ และประสานไปยังทางการไทย เมียนมาร์ และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เพราะนี่เป็นความรับผิดชอบต่อประชาชนชาวกะเหรี่ยง
นี่เป็นท่าทีล่าสุดของ 2 กลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ ต่อกระบวนการสันติภาพในเมียนมาร์ที่ไม่มีความคืบหน้า และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังไม่มีความชัดเจนที่จะผลักดันเรื่องนี้ ทำให้ถนนสู่สันติภาพในเมียนมาร์ยังอีกยาวไกล
ศักดิ์ดา ดุลยาชีวะ ถ่ายภาพ
ปิติพร เพรามธุรส รายงาน