“เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา” ถูกบัญญัติไว้ชัดเจนในข้อที่ 10 ของประกาศกระทรวงศึกษาธิการปี2558 ที่ระบุว่า การเปิดหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก มหาวิทยาลัยจะต้องมีอาจารย์วุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเทียบเท่าอย่างน้อย 5 คน ถึงจัดตั้งหลักสูตรพิเศษได้
แม้ประกาศของกระทรวงศึกษาธิการจะเปิดช่องให้อาจารย์ที่มีวุฒิเทียบเท่าเข้าสอนได้ แต่อย่างไรก็ตามต้องเคยมีตำแหน่งและผลงานทางวิชาการภายใน 5 ปีหากตรวจสอบย้อนหลัง
“หลักสูตรพิเศษ” กลายเป็นวิชาที่ได้รับความนิยม ในเวบไซต์ของทุกมหาวิทยาลัยจึงประกาศการมีอยู่ของหลักสูตรเหล่านี้ โดยเฉพาะหลักสูตรบริหารการศึกษา ทีมข่าว PPTV ตรวจสอบและแยกแยะออกเป็น 3 ลักษณะ ที่ยังมีข้อสงสัย
แบบที่ 1 เมื่อลองสุ่มตรวจไปที่เว็บไซต์มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปิดสอนระดับมหาบัณฑิตปริญญาโทและปริญญาเอกหลายแห่งพบว่า ใช้การโฆษณาหลักสูตรเต็มที่ มีรายชื่ออาจารย์ผู้สอน แต่น่าแปลกใจว่าประวัติการศึกษาของอาจารย์ผู้สอน ที่ควรจะถูกนำมาโชว์ว่าเป็น “ด็อกเตอร์” จากสถาบันไหนประเทศอะไร กลับไม่มีบอกไว้
แบบที่ 2 บางมหาวิทยาลัยใช้วิธีการโฆษณาเหมือนสินค้าให้คนเลือกซื้อ มีชื่อประธานบริหารหลักสูตรที่มีคำนำหน้าเป็น ดอกเตอร์ แต่ไม่มีรายชื่ออาจารย์ผู้สอน ไม่มีประวัติการศึกษา ไม่มีผลงานทางวิชาการ
แบบที่ 3 แต่บางมหาวิทยาลัยใช้วิธีโฆษณษาผลประโยชน์ที่ได้จากการเรียนหลักสูตรพิเศษที่เปิดขึ้น บอกค่าเทอมแม้จะราคาสูง แต่ไม่มีชื่อ ไม่มีวุฒิ ไม่มีผลงานอาจารย์ผู้สอนระบุไว้ในเว็บไซต์
ทั้ง 3 แบบ นี้ แหล่งข่าวในวงการอุดมศึกษา บอกว่า เป็นกลุ่มต้องสงสัยที่ควรเข้าไปตรวจสอบ ว่าเป็นด็อกเตอร์ ที่ผ่านการเรียนมาถูกต้องหรือไม่ เพราะการไม่เปิดเผยที่มาของวุฒิการศึกษา เป็นสิ่งที่ผิดปกติของอาจารย์ที่อุตส่าห์เรียนอย่างยากลำบากจนจบปริญญาเอก
แต่ถ้า เราไปดูหน้าเว็บไซต์ ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งของรัฐ จะพบว่า ข้อมูลทุกอย่างถูกเปิดเผยตาม“เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา” ที่กระทรวงศึกษาธิการบัญญัติไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะ วุฒิการศึกษา ของอาจารย์ จะบอกเลยว่า จบมากมหาวิทยาลัยอะไร ประเทศอะไร
ณิชาภัทร อินทรกล่อม PPTV รายงาน