วันนี้ (25 พ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคประชาชนในนามเครือข่ายพลเมืองสงขลา เดินทางมารวมตัวกันที่ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.ต.วิรัช กมลศิลป์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ขอให้ยุติการจำกัดเสรีภาพของนักวิชาการ หลังจากทหารได้ทำหนังสือส่งถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เพื่อขอความร่วมมือในการทำความเข้าใจกับนักวิชาการของมหาวิทยาลัยที่เคลื่อนไหวและต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
โดยเครือข่ายพลเมืองสงขลาเห็นว่า การทำหน้าที่ของนักวิชาการที่พยายามนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงต่อสังคมกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพานั้นเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล และมีรูปธรรมที่พิสูจน์ได้ ถือเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งที่สังคมในขณะนี้ และไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่อย่างใด
ทั้งนี้การกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารที่ออกหนังสือเพื่อขอความร่วมมือดังกล่าวส่อเจตนาใช้อำนาจเกินขอบเขตเพื่อให้มีการยับยั้งการแสดงออก หรือการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการ จึงขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ถอนหนังสือราชการฉบับดังกล่าว และขอทหารในพื้นที่วางตัวให้เป็นกลางต่อเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน และทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเปิดพื้นที่การสื่อสารเพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้รับรู้และเข้าใจถึงผลดี และผลเสียของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรงในระยะยาว ทั้งนี้เพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีสิทธิที่จะเลือกอนาคตของตนเองอย่างมีเหตุผลมากขึ้น
ขณะที่นายชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เชิญนักวิชาการที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลความรู้เชิงวิชาการกับกลุ่มคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามาร่วมประชุม แต่ปรากฎว่านายสมพร ช่วยอารีย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นนักวิชาการที่เข้าให้ข้อมูลกับกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เข้าร่วมประชุม เนื่องจากติดภารกิจที่กำหนดไว้แล้วก่อนหน้านี้ โดยนายชูศักดิ์ยืนยันนักวิชาการยังสามารถแสดงความเห็นทางวิชาการได้อย่างอิสระ และมหาวิทยาลัยยืนยันถึงความเป็นกลางต่อโครงการนี้ รวมทั้งโครงการอื่นๆ และพร้อมที่จะให้ข้อมูลทางวิชาการ